
เกิดการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญ เมื่อกลุ่มบริษัทในเครือฯ ไม่ได้ประกอบกิจการบรอดแบนด์อินเทอร์เน็ตสำหรับลูกค้าบ้านพักอาศัย แต่เรายังมีธุรกิจอื่นๆ ที่จะสร้างรายได้ให้แก่กลุ่มบริษัทฯ อีกมากมาย เช่น ธุรกิจโครงข่ายโทรคมนาคม ธุรกิจสินทรัพย์ดิจิตอลและเทคโนโลยีโซลูชั่น ธุรกิจดาต้าเซ็นเตอร์ ธุรกิจอินเทอร์เน็ตทีวี ธุรกิจการให้บริการเช่าใช้ระบบเทคโนโลยีสารสนเทศบนคลาวด์
นอกจากนี้ JAS ถือหุ้นในบริษัท พรีเมียม แอสเซท จำกัด โดยผ่านบริษัท อคิวเมนท์ จำกัด หรือ ACU ร้อยละ 53.85 และบริษัท จัสมิน ซับมารีน เทเลคอมมิวนิเคชั่นส์ จำกัด หรือ JSTC ร้อยละ 46.15 และในบริษัท จัสมิน เทคโนโลยี โซลูชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ JTS เป็นจำนวนถึง 50.91% โดยยังคงเดินหน้าสู่เป้าหมายของการเป็นเหมืองขุดบิตคอยน์ที่ใหญ่ที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ซึ่งมุ่งเน้นความยั่งยืน (Go Green) ด้วยการนำเทคโนโลยีพลังงานแสงอาทิตย์มาใช้กับเครื่องขุดบิตคอยน์ เพื่อสร้างรายได้ที่เพิ่มขึ้น ควบคู่ไปกับการรักษาสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน
ปี 2567 JAS ก้าวสู่การเป็นผู้นําในคอนเทนต์กีฬาระดับโลก The Football Association Premier League Limited (Premier League) ด้วยการคว้าลิขสิทธิ์ถ่ายทอดสดฟุตบอล พรีเมียร์ลีกและเอฟเอคัพตลอด 6 ฤดูกาล เป็นระยะเวลารวม 6 ปี ใน 3 ประเทศ ได้แก่ ประเทศไทย ประเทศกัมพูชา และประเทศลาว อย่างเต็มรูปแบบ ทั้งการถ่ายทอดสด รีรัน และ ไฮไลท์ สมบูรณ์แบบผ่านระบบ Streaming และ Smart TV

ของบริษัท จัสเทล เน็ทเวิร์ค จำกัด (JasTel) โดยเป็นบริษัทย่อยของ JTS ดำเนินธุรกิจให้บริการวงจรเช่าและบริการรับ-ส่งข้อมูล ภายในประเทศและระหว่างประเทศ โดยมีการดำเนินธุรกิจเติบโตอย่างต่อเนื่อง JasTel จึงมีแผนเตรียมความพร้อม เพื่อขออนุญาตเสนอขายหลักทรัพย์ที่ออกใหม่ต่อประชาชนเป็นครั้งแรก (IPO) ต่อสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) และนำ JasTel เข้าเป็นบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ซึ่งถือเป็นการนำหุ้นสามัญในบริษัทย่อยของบริษัทจดทะเบียนเสนอขายต่อประชาชนเป็นครั้งแรก เพื่อเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (Spin-off) โดยจากการประเมินมูลค่ายุติธรรม JasTel มีมูลค่า ประมาณ 16,000 - 20,000 ล้านบาท

ที่มุ่งพัฒนาการให้บริการด้านต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับเทคโนโลยีคลาวด์ บล็อกเชน และวอลเล็ต ผ่านเครือข่ายไลต์นิง (Lightning Network) เพื่อรองรับรูปแบบการดำเนินชีวิตที่ทันสมัยในยุคดิจิทัล จากที่กล่าวมาข้างต้นจึงเชื่อมั่นว่าธุรกิจของกลุ่ม JAS มีแนวโน้มการเติบโตที่ดีในอนาคต
ทั้งการลงทุนในด้านบุคลากร โครงสร้างพื้นฐาน และเทคโนโลยีทางด้านนวัตกรรม AI เพื่อรักษาความเป็นผู้นำในธุรกิจต่างๆ ที่ดำเนินอยู่ในปัจจุบัน และเพื่อก้าวต่อไปสู่ธุรกิจใหม่ๆ ด้วยความพร้อมที่มากขึ้น
การดำเนินธุรกิจของกลุ่ม JAS ได้ให้ความสำคัญกับการขับเคลื่อนองค์กรภายใต้นโยบายการดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืน โดยคํานึงถึงด้าน เศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม รวมถึงยึดมั่นในหลักจริยธรรมและธรรมาภิบาล เพื่อสร้างคุณค่าให้แก่ผู้มีส่วนได้เสียทุกฝ่ายอย่างรับผิดชอบ