INETชูกองทรัสต์5พันล.ลุยศูนย์ดาต้า-บริการ5G

ทันหุ้น- สู้โควิด -INET เล็งยื่นไฟลิ่งตั้งกองทรัสต์ "IDCREIT" มูลค่า 4-5 พันล้านบาท ภายในเดือนนี้ คาดจัดตั้งได้ภายใน Q1/2564 นำเงินคืนหนี้-ลงทุนดาต้าเซ็นเตอร์แห่งใหม่ มูลค่ากว่า 1 พันล้านบาท รองรับความต้องการขยายบริการ Cloud Service Paperlessและบริการ 5G ด้านผลประกอบการปีนี้มั่นใจยอดขายเติบโต 5% จากปีก่อน
          นายวัลล์ชัย เวชชีวะดำรงค์ รองกรรมการ ผู้จัดการ บริษัท อินเทอร์เน็ตประเทศไทย จำกัด (มหาชน) หรือ INET เปิดเผยว่า บริษัทเตรียมยื่นแบบแสดงรายการข้อมูล(ไฟลิ่ง) ต่อสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) สำหรับการจัดตั้งกองทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์สำหรับธุรกิจการให้บริการโครงสร้างพื้นฐานดาต้าเซ็นเตอร์ (IDCREIT) ภายในเดือนตุลาคม 2563 นี้ โดยคาดว่าจะสามารถ จัดตั้งในช่วงไตรมาส 1/2564 ซึ่งจะนำเงินที่ได้จากตั้งกอง IDCREIT บางส่วนไปใช้คืนหนี้ และนำเงินจัดตั้งศูนย์ให้บริการ ดาต้า เซ็นเตอร์ คาดว่ามูลค่าการลงทุนจะอยู่ที่ประมาณ 1 พันล้านบาท
          "บริษัทเตรียมยื่นไฟลิ่งตั้งกองทรัสต์ภายในเดือนนี้ ซึ่งบริษัทเตรียมความพร้อมเรียบร้อยแล้ว และรอให้ ก.ล.ต.อนุมัติต่อไป ซึ่งการจัดตั้งกองก็จะทำให้บริษัทมีสภาพคล่องมากขึ้น เพราะจะนำเงินบางส่วนใช้หนี้ เข้ากองทรัสต์ และนำเงิน บางส่วนไปขยายธุรกิจดาต้าเซ็นเตอร์ซึ่งเป็นเทรนด์ที่มีความต้องการใช้เพิ่มขึ้นต่อเนื่อง และจะเป็นส่วนผลักดันการเติบโตของบริษัท" นายวัลล์ชัย กล่าว
          ขายสินทรัพย์เข้ากองREIT
          สำหรับมูลค่ากองทรัสต์เบื้องต้นจะอยู่ที่ ประมาณ 4-5 พันล้านบาท โดยรายการจำหน่ายสินทรัพย์ให้กองทรัสต์ ประกอบด้วย 1.ธุรกรรมขายทรัพย์สิน คือ การขายอาคาร (พร้อมส่วนควบคุมและงานระบบ) ของโครงการ Internet Data Center แห่งที่ 3 (โครงการ INET-IDC3) เฟส 1 2.ธุรกรรมให้เช่าที่ดินการทำธุรกรรมให้กองทรัสต์ใช้ประโยชน์ที่ดินโฉนดเลขที่ 2877 ซึ่งเป็นที่ตั้งของศูนย์ปฏิบัติการข้อมูล (Data Center) ซึ่งรวมถึงอาคารโครงการ INET-IDC3 เฟส 1 แก่กองทรัสต์
          3.ธุรกรรมให้เช่าที่ดิน คือ การทำธุรกรรมให้เช่าที่ดินโฉนดเลขที่ 9977 ซึ่งเป็นที่ตั้งของสถานีไฟฟ้าย่อย (Substation) มีพื้นที่เช่าประมาณ 1 ไร่ 1 งาน โดยมีกำหนดระยะเวลาการเช่า 25 ปี และ 4.ธุรกรรมตกลงดำเนินการ คือ การทำธุรกรรมตกลงดำเนินการตามสัญญาข้อตกลงดำเนินการ ระหว่างบริษัท ในฐานะผู้ให้สัญญา และกองทรัสต์ ในฐานะผู้รับสัญญา เพื่อเป็นการรับรองการปฏิบัติหน้าที่ของบริษัทที่มีกับกองทรัสต์
          Cloud Service โตดี
          ส่วนผลประกอบการปีนี้บริษัทเชื่อว่ายอดขายจะเติบโต 5% จากปี 2562 ที่มีรายได้ 2,017 ล้านบาท โดยครึ่งปีแรก บริษัทมีรายได้แล้วกว่า 956 ล้านบาท โดยยังเดินหน้าหาลูกค้าใหม่ต่อเนื่อง และปรับแผนการให้บริการเป็นกลยุทธ์ Secure Market โดยมุ่งเน้นการขาย Cloud Service Paperless และ Platform Service โดยจะชะลองานขายกลุ่ม Outsource Service และการขาย Onetime เน้นเลือกลูกค้าที่มีความมั่นคงทางการเงิน ชำระเงินรวดเร็ว และทำสัญญาระยะยาว เพื่อเป็นการลดความเสี่ยงในการทำธุรกิจ
          ขณะเดียวกัน ยังเดินหน้าในการให้บริการเกี่ยวข้องกับ Internet of Things (IoT) รวมไปถึงบริการที่เกี่ยวข้องกับ 5G ซึ่งจะช่วยให้การใช้งาน 5G ในอนาคตมีเสถียรภาพและแม่นยำมากยิ่งขึ้น รวมไปถึงการ Data Analytic Platform คือการนำข้อมูลขนาดใหญ่ (Big Data) มาวิเคราะห์และประมวลผลโดยเทคโนโลยีเพื่อนำข้อมูลที่ได้มาช่วยในด้านธุรกิจหรือวัตถุประสงค์อื่นๆ และการให้บริหาร Software as a Services (SaaS) ซึ่งผู้ใช้บริการจะได้รับบริการ Software บนระบบ Cloud ที่ผู้ให้บริการจะรับผิดชอบดูแลทุกอย่าง ตั้งแต่เรื่องของระบบเครือข่าย เซิร์ฟเวอร์ ฮาร์ดแวร์ ไปจนถึงการออกแบบพัฒนาซอฟต์แวร์ต่างๆ
          บรรยายใต้ภาพ
          วัลล์ชัย เวชชีวะดำรงค์