"ดีอีเอส"เร่งรัดตั้งคณะทำงาน ฟ้อง THCOM-INTUCH ปล่อยไทยคม 5 เดี้ยง!

 “ดีอีเอส” เร่งสำนักงานอัยการสูงสุดตั้งคณะทำงาน ดำเนินการทางอนุญาโตตุลาการกับ “THCOM-INTUCH” หลัง ครม.มอบให้ดำเนินคดีแทนรัฐ กรณีปล่อยไทยคม 5 เสีย และปลดระวางก่อนหมดสัญญาสัมปทาน ก.ย. 64
          นายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอีเอส) เปิดเผยว่า ตามที่คณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติมอบอำนาจให้กระทรวงดิจิทัลฯ ดำเนินคดีแทนรัฐบาลกรณีดาวเทียมไทยคม 5 เกิดเหตุขัดข้องทางเทคนิคจนไม่สามารถกู้ระบบคืนหรือซ่อมแซมได้ ทำให้ต้องปลดระวางเมื่อวันที่ 26 ก.พ. 2563 ก่อนวันหมดสัญญาสัมปทานในวันที่ 10 ก.ย. 2564 นั้น ทำให้กระทรวงดิจิทัลฯ สามารถดำเนินการตามกระบวนการทางอนุญาโตตุลาการและหรือกระบวนการทางศาล
          ทั้งนี้ เพื่อเรียกร้องให้บริษัท ไทยคม จำกัด (มหาชน) หรือ THCOM และบริษัท อินทัช โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน) หรือ INTUCH ปฏิบัติตามข้อสัญญา รวมทั้งการเรียกร้องให้ดำเนินการจัดหาดาวเทียมทดแทนดาวเทียมไทยคม 5 ตลอดจนการขอให้ชดใช้ราคาแทนการจัดหาดาวเทียมทดแทนดาวเทียมไทยคม 5 การชำระค่าตอบแทนต่าง ๆ ตามสัญญา เบี้ยปรับ และค่าเสียหายต่าง ๆ ตามรายละเอียดที่ตรวจสอบได้และประสงค์จะเรียกร้องแทนรัฐบาล
          “ขั้นตอนต่อจากนี้ กระทรวงดิจิทัลฯ ต้องทำเรื่องขอให้สำนักงานอัยการสูงสุดตั้งคณะทำงานขึ้นมา เพื่อดำเนินการตามอนุญาโตตุลาการต่อไป ซึ่งคณะทำงานดังกล่าวจะมาจากตัวแทนสำนักงานอัยการสูงสุด, กระทรวงดิจิทัลฯ และ หน่วยงานกลาง” นายพุทธิพงษ์ กล่าว
          ด้านแหล่งข่าวระดับสูงจากกระทรวงดิจิทัลฯ กล่าวว่า กรณีที่คณะกรรมการดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (บอร์ดดีอี) เมื่อช่วงต้นปี 2563 ได้เห็นชอบให้ บริษัท กสท โทรคมนาคม จำกัด (มหาชน) หรือ CAT เป็นผู้รับผิดชอบในการบริหารจัดการทรัพย์สินที่กระทรวงดิจิทัลฯ รับโอนหลังสิ้นสุดสัญญาสัมปทานให้บริการดาวเทียมจาก THCOM ในเดือน ก.ย. 2564 นั้น ขณะนี้ยังอยู่ระหว่างรอกระทรวงดิจิทัลฯ เสนอต่อ ครม.
          เนื่องจากบอร์ดดีอีมีข้อสังเกตเรื่องแผนบริหารจัดการดาวเทียมแห่งชาติแบบจีทูจีด้วยกระบวนการตามมาตรา 49ของพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) การร่วมลงทุนระหว่างภาครัฐและเอกชน (PPP) จึงให้กระทรวงดิจิทัลฯ ทำเรื่องให้สำนักงานกฤษฎีกาตีความ แต่ทางสำนักงานกฤษฎีกาแจ้งว่าไม่มีอำนาจจึงให้ส่งเรื่องไปยังสำนักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ (สคร.) พิจารณา ซึ่งยังไม่แล้วเสร็จ
          “อาจทำให้เสียโอกาสในการรับช่วงต่อ ซึ่งต้องดำเนินการล่วงหน้า 1 ปี ก่อนหมดสัญญาสัมปทาน ในเรื่องการบริหารจัดการ และควบคุมดาวเทียมในบางส่วน ซึ่งมีความละเอียดอ่อนจำเป็นต้องพัฒนาบุคลากรเพิ่มความรู้ทักษะเฉพาะด้าน และ CAT จะต้องส่งบุคลากรเข้าไปฝึกอบรมเตรียมความพร้อมในการบริหารสินทรัพย์กับ THCOM และที่สำคัญ คือ ลูกค้าที่ใช้งานไทยคม 4 และ ไทยคม 6 จะขาดความเชื่อมั่นและย้ายออกจากระบบก่อน เนื่องจากเกรงว่าจะไม่มีความต่อเนื่องในการให้บริการ สุดท้ายกระทรวงดิจิทัลฯ จะได้สินทรัพย์มาอย่างเดียวโดยไม่มีลูกค้า” แหล่งข่าวระดับสูงจากกระทรวงดิจิทัลฯ กล่าว