ผู้ถือDIFเจ็บอีกนานTRUEโหดยังขายต่อ

ทันหุ้น-สู้โควิด-ผู้ถือ DIFปวดใจ TRUE เชือดนิ่มๆ ยังคิดขายหน่วยลงทุนไม่เลิก บล.กสิกรไทยชี้ Q4 มีถล่มขายอีก 3.28% บล โนมูระ พัฒนสิน ระบุ TRUE มีสิทธิ์ขายได้อีกมากเหตุเงื่อนไขให้คงถือ DIF ไม่ต่ำกว่า 8% เชื่อเงินสด 4 พันล้านรอบนี้ ใช้ปิดช่องการเพิ่มทุน TRUE ขณะที่ครึ่งปีหลังยังขาดทุนต่อ
          นางสาวยุภา ลีวงศ์เจริญ หัวหน้าคณะผู้บริหารด้านการเงิน บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด(มหาชน) หรือ TRUE แจ้งตลาดหลักทรัพย์ฯว่า คณะกรรมการบริษัทได้อนุมัติการจำหน่ายหน่วยลงทุนของกองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐานโทรคมนาคมดิจิทัล หรือ DIF โดยเสนอขายในจำนวน 298.11 ล้านหน่วย หรือ 2.822% ของจำนวนหน่วยลงทุนทั้งหมดของกองทุน ให้แก่นักลงทุนที่มิใช่บุคคลที่เกี่ยวโยงกันกับบริษัท
          ภายหลังการขายหน่วยลงทุนของ DIF จะทำให้กลุ่ม TRUE มีสัดส่วนการถือหุ้นใน DIF ลดลงมาอยู่ที่ 23.379% จากเดิมอยู่ที่ 26.183%ของจำนวนหน่วยลงทุนทั้งหมดของกองทุน โดย TRUEจะได้รับเงินจากกการขายหน่วยลงทุน DIF จำนวน 4,024.53 ล้านบาท ซึ่งเงินที่ได้มีแผนจะนำไปใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียนของกลุ่มบริษัท
          ข้อมูลจากตลาดหลักทรัพย์ฯวานนี้(30 ก.ย.) DIFมีรายการบิ๊กล็อตจำนวน 20 รายการ 4,024.53 ล้านหน่วย ในราคาเฉลี่ยหน่วยละ 13.50 บาท มีมูลค่าการซื้อขาย 4,024.53 ล้านบาท
          ราคาขายต่ำกว่าตลาด
          บริษัทหลักทรัพย์ กสิกรไทย จำกัด มองว่าการที่ TRUE ขายหน่วยลงทุน DIF ในราคาที่ 13.50 บาทต่อหน่วย ซึ่งต่ำกว่าราคาปิดเมื่อวันที่ 29 ก.ย. ซึ่งอยู่ที่ 14.20 บาท ซึ่งมีส่วนลดประมาณ 4.9% จึงส่งผลต่อราคา DIF ในเชิงลบวานนี้ แต่ก็มองว่าปัจจัยพื้นฐานไม่ได้เปลี่ยนแปลง และยังคงแนะนำซื้อ DIF เนื่องจากประเมินว่าจะให้อัตราผลตอบแทนเงินปันผลที่ 7.3% ในช่วงปี 2563-2565 และมีผลตอบแทนรวมให้กับผู้ถือหน่วยที่ 14.3% สำหรับการถือ 12 เดือน
          อาจมีการขาย DIF อีก
          ฝ่ายวิจัยบริษัทหลักทรัพย์ กสิกรไทย คาดว่ากลยุทธ์การถือหุ้นด้วยอำนาจควบคุมใน DIF ของ TRUEจะไม่ต่ำกว่า 20% ในระยะยาว หรือตีความได้ว่ามีความเป็นไปได้ที่ TRUEอาจจะขายหน่วยลงทุนของ DIF ออกไปอีก 3.28% ซึ่งคาดว่าจะเกิดขึ้นในไตรมาส 4/2563 หรือไตรมาส 1/2565 เพื่อให้สอดคล้องกับช่วงการชำระค่าธรรมเนียมแรกเริ่มของคลื่นความถี่ 700 MHz, 900 MHz และ 26 GHz
          บริษัทหลักทรัพย์ โนมูระ พัฒนสิน จำกัด(มหาชน) มองเช่นกันว่า TRUE มีโอกาสที่จะขายหน่วยลงทุน DIF เพิ่มเติมอีก โดย TRUE ยังมีเงื่อนไขต้องคงสัดส่วนการถือ DIF ไม่ต่ำกว่า 8% ของจำนวนหุ้นชำระแล้ว แต่เชื่อว่าราคาที่จะขาย DIF หลังจากนี้มี Downside จำกัด เพราะหากอิงจากต้นทุนตามงบเฉพาะกิจการ TRUE จะมีต้นทุนการถือ DIF ที่ราว 12.40 บาทต่อหน่วย หรือมีส่วนลดจากราคาดีลขาย DIF ล่าสุดลดลงอยู่ที่ราว 8-11%
          นอกจากนี้ประเมินว่าปัจจัยพื้นฐานของ DIF ไม่เปลี่ยนแปลงอย่างมีนัยสำคัญ โดยหลังการขาย TRUE ยังเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ใน DIF ที่สัดส่วนประมาณ 23.38%และยังเป็นผู้เช่าหลักและต้องจ่ายค่าเช่าตามสัญญาที่ตกลงไว้กับ DIF ซึ่งสัญญาเช่ามีอายุคงเหลืออีก 13 ปี ทำให้คาดว่า DIF จะมีกระแสเงินสดจากค่าเช่าต่อเนื่อง และสามารถจ่ายเงินปันผลสม่ำเสมอ แนวโน้มไตรมาส 3/2563 คราดว่า DIF จะสามารถจ่ายเงินปันผล 0.26 บาทต่อหน่วย หรือ Yield ประมาณ 1.8% ใกล้เคียงกับไตรมาส 2/2563
          คาด TRUE รับรู้ใน Q3/63
          ฝ่ายวิจัยโนมูระ พัฒนสิน คาดว่า TRUE จะได้เงินจากดีลราว 4 พันล้านบาท ซึ่งจะรับรู้กำไรพิเศษ(ก่อนภาษี) ในไตรมาส 3/2563 แต่จะมีผลกระทบในแง่ลบเล็กน้อยจากการรับรู้ส่วนแบ่งกำไรจาก DIF ที่จะลดลงจากเดิมประมาณ 120 ล้านบาทต่อปี  คาดว่าผลดำเนินงานปกติของ TRUE ในครึ่งปีหลังยังขาดทุนต่อเนื่อง เพราะจะมีการลงทุนโครงข่ายกับตัดจำหน่ายคลื่น 4G/5G และต้นทุนทางการเงินสูงขึ้นอีก
          โดยตามแผน TRUEจะใช้เงินลงทุนค่าอุปกรณ์ส่วนที่เหลือราว 1.8-2.0 หมื่นล้านบาท และต้องคืนหุ้นกู้อีก 9.1 พันล้านบาทในครึ่งปีหลัง จึงยังคงประมาณการทั้งปี 2563 TRUE จะขาดทุน 1.52 พันล้าบาท แย่กว่าปี 2562 ที่มีกำไรสุทธิ 5.64 พันล้านบาท โดยยังคงแนะนำ Neutral และให้ราคาเป้าหมายปี 2564 อยู่ที่ 3.80 บาทต่อหุ้น
          ด้านบริษัทหลักทรัพย์ กสิกรไทย มองว่าความเสี่ยงในการเพิ่มทุนของ TRUE ผ่อนคลายขึ้น หลังจากที่ขายหน่วย DIF ครั้งนี้ จะช่วยให้ TRUE มีกำไรที่เป็นเงินสด 337 ล้านบาท และกำไรที่ไม่ใช่เงินสดที่ 669 ล้านบาท ในไตรมาส 3/2563 หลังได้เงินสดสุทธิที่ 4 พันล้านบาท จากดีลนี้ คาดว่า TRUE จะสามารถนำเงินมาเติมเต็มกระแสเงินสดที่ขาดหายไปในช่วงครึ่งหลังของปีนี้ จากหุ้นกู้ในประเทศได้