FORTHผนึกAOTตั้งบ.ย่อยลุยโรงซ่อมเครื่องบินทำเงิน

 ทันหุ้น-สู้โควิด - FORTH จับมือ AOT ตั้งบริษัทย่อย "FORTH MRO" รุกธุรกิจโรงซ่อมเครื่องบิน คาดเปิดให้บริการปี 2565 พร้อมเตรียมประมูลงานภาครัฐอีก 43 โครงการ มูลค่ารวมกว่า 1 หมื่นล้านบาท คาดรับงาน 3-4 พันล้านบาท ตุนแบ็กล็อก กว่า 2.9 พันล้านบาท ส่วนรายได้ปี 2563 คาดใกล้เคียงปีก่อน
          นายชัชวิน พิพัฒนโชติธรรม ผู้ช่วยประธานกรรมการบริหารและกรรมการบริหารความเสี่ยง บริษัท ฟอร์ท คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ FORTH เปิดเผยว่า แนวโน้มรายได้ปี 2563 จะใกล้เคียงปีก่อน ที่มีรายได้ 6,809 ล้านบาท โดยครึ่งปีแรกบริษัทมีรายได้แล้วกว่า 3,158 ล้านบาท ซึ่งจะมาจากการรับรู้งานในมือ (Backlog) โดยปัจจุบันอยู่ที่ 2,985 ล้านบาท แบ่งเป็นงาน Electronic Monitoring (EM) Rental, งานอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ติดตามตัว ของกรมคุมประพฤติ มูลค่า 850 ล้านบาท, งานรถโบกี้ปั้นจั่นกลขนาดยกได้ไม่ต่ำกว่า 80 ตัน ของการรถไฟแห่งประเทศไทย จำนวน 798 ล้านบาท, งานซื้อพร้อมติดตั้ง IP Core Router และอุปกรณ์ DWDM ของการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค มูลค่า 330 ล้านบาท, งานระบบสมาร์ทกริด ของ การไฟฟ้านครหลวง จำนวน 575 ล้านบาท และงานบำรุงรักษาซ่อมแซมแก้ไขและปรับเปลี่ยนโครงข่ายสายเคเบิลใยแก้วนำแสง ของกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและ นวัตกรรม จำนวน 435 ล้านบาท โดยทยอยรับรู้บางส่วนปีนี้ และรับรู้เป็นรายได้ในปี 2564
          ลุยประมูลงานใหม่
          นอกจากนี้บริษัทยังเดินหน้าในการประมูลใหม่อีกจำนวน 43 โครงการ มูลค่ารวมกว่า 10,086 ล้านบาท เช่น งานของ กฟน. และ กฟภ. หน่วยงานยุติธรรม กรมเจ้าท่า เป็นต้น โดยบริษัทคาดว่าจะได้รับงานราว 30% หรือราว 3-4 พันล้านบาท ซึ่งบริษัทจะพยายามบริหารจัดการต้นทุนให้ดีกว่าคู่แข่ง เพื่อให้สามารถแข่งขันได้ อย่างไรก็ดีบริษัทมีความคาดหวังว่างานกำไลข้อเท้าติดตามตัว หรือ EM จะเป็นพระเอกที่สร้างรายได้ ซึ่งมีโอกาสได้งานจำนวนมาก เพราะภาครัฐ มีนโยบายที่จะลด ผู้ต้องขังในระบบลง โดยปัจจุบัน เรือนจำ รับจำนวนนักโทษได้เพียง 2 แสนคน จากปัจจุบันมีนักโทษ ประมาณ 3 แสนคน ทำให้คาดว่าความต้องการใช้งานกำไล EM จะเพิ่มขึ้น รวมไปถึงในหน่วยงานอื่นๆ ด้วย
          ทั้งนี้คาดว่า จะมีโอกาสได้รับงานอีกกว่า 7-8 หมื่นตัวขั้นต่ำ แต่ทั้งนี้บริษัทมีเป้าหมายสูงสุดที่จะรับงานที่ 1.2 แสนตัว ซึ่งงานดังกล่าวจะทำให้เกิดเป็นรายได้ประจำที่จะทยอยรับรู้อีก 3-5 ปี นอกจากนี้ยังมีความสนใจเข้ารับงาน Smart Grid ของการไฟฟ้าด้วย ซึ่งบริษัทมีความพร้อมในการเข้าร่วมการประมูล
          ในส่วนของบุญเติม ยังเดินหน้าขยายธุรกิจต่อเนื่อง แต่ในส่วนของการเติบโต อาจจะไม่เติบโตมากนัก แต่บริษัทต้องการที่จะปรับ กลยุททธ์การดำเนินงาน เป็น Banking Agent Service หรือ ผู้ให้บริการทางการเงินครบวงจร เชื่อมต่อกับทุกธนาคารพาณิชย์ โดยมีการให้บริการที่หลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นบริการเปิดบัญชีธนาคาร บริการฝาก-ถอนเงิน รวมไปถึงการเติมเงินและรับชำระเงิน โดยบริษัทยังวางแผนที่จะผลิตตู้ ATM แต่เน้นไปที่การให้บริการของยอดเงินขนาดเล็ก เช่น การเบิกเงินจำนวนไม่เกิน 2,000 บาท ซึ่งมองว่ามีความต้องการในอนาคต
          รุกธุรกิจโรงซ่อมเครื่องบิน
          ขณะที่ธุรกิจใหม่ที่บริษัทเข้าไปดำเนินการคือ ธุรกิจการบิน โดยมองเห็นโอกาสจากธุรกิจดังกล่าว ปัจจุบันมีการเปิดตัวแทนจำหน่ายเครื่องบิน และสามารถขายได้แล้ว 1 ลำ ในปีก่อน โดยตั้งเป้าว่าจะสามารถจำหน่ายได้ปีละ 1 ลำ นอกจากนี้บริษัทยังได้จัดตั้งบริษัทร่วมทุน กับ AOT คือ "FORTH MRO" จะทำโรงซ่อมเครื่องบิน โดยบริษัทถือหุ้น 75% และ AOT ถือหุ้น 25% ซึ่งบริษัทได้สิทธิ์บริหารพื้นที่คลัง 3 ในพื้นที่สนามบินดอนเมือง ได้สัมปทาน 15 ปี คาดว่าดำเนินการพร้อมใช้งานได้ใน ช่วงไตรมาส 3/2565 ซึ่งเชื่อว่าขณะนั้นธุรกิจการบินจะกลับมาเติบโต จากจำนวนนักท่องเที่ยวที่เพิ่มขึ้น จึงเชื่อว่าธุรกิจดังกล่าวจะสร้างรายได้ประจำให้แก่บริษัทอีกทางหนึ่ง

          บรรยายใต้ภาพ
          ชัชวิน พิพัฒนโชติธรรม