INSETโชว์แบ็กล็อก3,121ล้าน จ่อประมูลเพิ่ม 300 ล้าน หวังได้งาน 70%

 “อินฟราเซท” ส่งซิกผลงานครึ่งปีหลังโตดีกว่าครึ่งปีแรก ตุนแบ็กล็อก 3,121 ล้านบาท บุ๊กรายได้ปีนี้กว่า 30% เดินหน้าประมูลงานรัฐ-เอกชน มูลค่ารวม 200-300 ล้านบาท หวังได้งาน 60-70% หนุนรายได้ปีนี้โตตามนัด 10-15%
          นายศักดิ์บวร พุกกะณะสุต กรรมการผู้จัดการ บริษัท อินฟราเซท จำกัด (มหาชน) หรือ INSET เปิดเผยว่า แนวโน้มผลการดำเนินงานในช่วงครึ่งปีหลังของปี 2563 บริษัทคาดจะดีกว่าในช่วงครึ่งปีแรก ที่มีรายได้อยู่ที่ 530.21 ล้านบาท และมีกำไรสุทธิอยู่ที่ 50.16 ล้านบาท เนื่องจากสิ้นไตรมาส 2/2563 บริษัทมีงานในมือรอรับรู้รายได้ (Backlog) อยู่ที่ 3,121 ล้านบาท ซึ่งจะรับรู้รายได้ในครึ่งปีหลังประมาณ 30% ส่วนที่เหลือทยอยรับรู้รายได้จนถึงปี 2568
          ทั้งนี้ Backlog ดังกล่าว มาจากงานบริษัท กรุงเทพธนาคม จำกัด มูลค่า 794 ล้านบาท คาดว่าจะเลื่อนไปเป็นต้นปี 2564 จากปัญหาการส่งมอบพื้นที่ของกรุงเทพมหานคร (กทม.) งานบำรุงรักษาที่จะรับรู้รายได้ตั้งแต่ปี 2563-2568 มูลค่า 767 ล้านบาท และงานที่เข้ามาใหม่ในช่วงไตรมาส 2/2563 อีก 3 โครงการ ได้แก่ โครงการออกแบบและก่อสร้างศูนย์ข้อมูล (Data Center) ของบริษัท กรุงไทย คอมพิวเตอร์เซอร์วิสเซส จำกัด หรือ KTBCS ในเครือธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) หรือ KTB มูลค่า 390 ล้านบาท, โครงการติดตั้งวงจรกรองสัญญาณย่านความถี่ 850 MHz มูลค่า 1,110 ล้านบาท และงานบำรุงรักษาอื่น ๆ อีก 60 ล้านบาท
          ขณะเดียวกันในช่วงครึ่งปีหลังบริษัทมีแผนเข้าประมูลงานใหม่ทั้งโครงการภาครัฐและเอกชน มูลค่ารวมประมาณ 200-300 ล้านบาท คาดว่ามีโอกาสได้งานประมาณ 60-70% จากมูลค่างานดังกล่าว โดยเฉพาะงาน Data Center และงานขยายโครงข่าย 5G ของผู้ประกอบการโทรคมนาคม รวมไปถึงโครงการลงทุนของภาครัฐ ได้แก่ โครงการสมาร์ทซิตี้ โครงการรถไฟฟ้าต่าง ๆ และโครงการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (EEC)
          ดังนั้น บริษัทมั่นใจว่ารายได้ปี 2563 จะเติบโตได้ตามเป้าหมายที่วางไว้ 10-15% จากปีก่อน ที่มีรายได้อยู่ที่ 1,219.97 ล้านบาท โดยสัดส่วนรายได้จะมาจากธุรกิจโครงสร้างพื้นฐานและโครงข่ายโทรคมนาคม 49%, ธุรกิจก่อสร้างศูนย์ข้อมูลและระบบเทคโนโลยีสารสนเทศ 40% และธุรกิจงานซ่อมบำรุงและบริการ ซึ่งเป็นรายได้ประจำ (Recurring income) 11% ทั้งนี้บริษัทพยายามเพิ่มสัดส่วนรายได้ประจำมากขึ้น เพื่อสนับสนุนการเติบโตระยะยาวให้มีความมั่นคง และลดความเสี่ยงจากความไม่แน่นอนของงานประมูล
          “โควิด-19 กระทบกับเรานิดหน่อย ทางอ้อม เพราะช่วงเคอร์ฟิวส์ เราเข้าไปทำงานหน้างานไม่ได้ ทำให้ไตรมาส 2/2563 ส่งมอบงานล่าช้า พอสถานการณ์ดีขึ้น เราเร่งงานเต็มที่ แต่โควิด-19 ก็มีผลดีกับเรา เพราะคนทำงานที่บ้านเยอะ ต้องการอินเทอร์เน็ตเพิ่ม ส่งผลให้ลูกค้าเราขยายโครงข่ายอินเทอร์เน็ตเพิ่มขึ้น ส่วนงานอัพเกรดจาก 4G เป็น 5G มีจำนวน 200 สถานีฐาน จนถึงสิ้นปี 2563 และปี 2564 คาดว่างานขยายโครงข่าย 5G จะมีมากขึ้น” นายศักดิ์บวร กล่าว