ทรูมันนี่เขย่าสินเชื่อดิจิทัล ขอไลเซ่นแบงก์ชาติ ก.ย.นี้

ทรูมันนี่ วางยุทธศาสตร์รุกบริการสินเชื่อดิจิทัลเต็มตัวหลังแบงก์ชาติ เปิดให้ไลเซ่นสิ้น ก.ย.นี้ พร้อมเล็งขยายให้บริการนวัตกรรมการเงิน "Micro Credit" บริการยืมก่อน คืนทีหลัง ไปยังบริษัทเครือซีพี หลังนำร่องให้บริการลูกค้ารายเดือนทรู 8.6 ล้านราย
          นางสาวมนสินี นาคปนันท์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ (ร่วม) บริษัท แอสเซนด์ มันนี่ จำกัด ผู้ให้บริการ ทรู มันนี่ วอลเล็ต เปิดเผยกับ"ฐานเศรษฐกิจ"ว่าบริษัทเตรียมยื่นขออนุญาตให้บริการสินเชื่อดิจิทัล (Digital Lending) ภายหลังธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เปิดให้ใบอนุญาตให้บริการสินเชื่อดิจิทัล สิ้นเดือนกันยายนนี้ โดยสินเชื่อดิจิทัลเป็น สินเชื่อประเภทใหม่ ที่จะช่วยให้ประชาชนเข้าถึงบริการทางการเงินเพิ่มมากขึ้น และบรรเทาปัญหาจากการใช้สินเชื่อนอกระบบที่มีอัตราดอกเบี้ยสูง
          ส่วนบริการ "Micro Credit" บริการยืมก่อน คืนทีหลัง ที่ทรูมันนี่ และแอสเซนด์นาโน ได้นำร่องให้บริการ กับกลุ่มลูกค้าทรูเป็นกลุ่มแรกนั้น ต้องการให้สิทธิประโยชน์กับกลุ่มลูกค้าทรูรายเดือน 8.6 ล้านรายที่มีประวัติการชำระค่าบริการดี และถือบัตรทรูการ์ด ทั้ง 5 กลุ่ม ได้แก่ ทรูแบล็ค ทรูเรด ทรูบลู ทรูกรีน และทรูไวท์ โดยให้วงเงินเพิ่มสภาพคล่องเพื่อใช้จ่ายชีวิตประจำวัน ทั้งนี้หากได้รับการตอบรับดีจะขยายการให้บริการดังกล่าวออกไป โดยอาจเริ่มต้นจากบริษัทในเครือซีพี ที่มีฐานข้อมูลลูกค้ามากเพียงพอ ต่อการนำมาวิเคราะห์ และพิจารณาการให้วงเงิน
          สำหรับ"Micro Credit" บริการยืมก่อน คืนทีหลัง นั้นจะให้สิทธิประโยชน์กลุ่มผู้ถือบัตรทรูการ์ด โดยสามารถนำเงินที่ได้รับการอนุมัติไปใช้จ่ายผ่านแอพทรูมันนี่วอลเล็ท วงเงินสูงสุดถึง 4 เท่าของยอดบิลรายเดือน (ไม่เกิน 10,000 บาท) และเลือกผ่อนชำระได้นานสูงสุด 3 เดือน
          ด้านแหล่งข่าวจากวงการฟินเทครายหนึ่ง กล่าวว่ามีคนไทยอีกเป็นจำนวนมากที่ยังไม่สามารถเข้าถึงบริการสินเชื่อธนาคาร โดยเฉพาะผู้ประกอบการรายย่อย หาบเร่แผงลอย พ่อค้าแม่ค้า ผู้ประกอบอาชีพอิสระ ผู้ที่ไม่มีรายได้ประจำ การนำเทคโนโลยีดิจิทัลเข้ามาใชปล่อยสินเชื่อจะทำให้ต้นทุนดำเนินการลดลง รวมทั้งทำให้สามารถพิจารณาความเสี่ยงของลูกค้าแต่ละรายได้ถูกต้องมากขึ้น อย่างไรก็ตามในการให้บริการสินเชื่อดิจิทัลนั้นยังมีความท้าทายผู้ให้บริการ ซึ่งต้องมีฐานข้อมูลบิ๊กดาต้าของลูกค้ามากพอ เพื่อนำมาวิเคราห์พฤติกรรม ครอบคลุมทั้งเพศ รายได้ การใช้จ่าย พฤติกรรมการใช้งานโซเชียลมีเดีย การชำระค่าสาธารณูปโภค ค่าบริการมือถือ อินเตอร์เน็ต เพื่อใช้พิจารณาการปล่อยสินเชื่อ
          ล่าสุดธนาคารแห่งประเทศไทย ได้เตรียมประกาศหลักเกณฑ์การกำกับดูแลสินเชื่อดิจิทัล เป็นสินเชื่อประเภทใหม่ เพื่อให้ประชาชนสามารถเข้าถึงบริการได้เพิ่มขึ้นแทนการกู้นอกระบบ โดยกำหนดวงเงินสินเชื่อดิจิทัลเบื้องต้น 20,000 บาท ระยะเวลาชำระคืนไม่เกิน 3 เดือน สำหรับเพดานดอกเบี้ย ค่าปรับ ค่าบริการ หรือค่าธรรมเนียมใดๆ ของสินเชื่อดิจิทัล ธปท.กำหนดไว้ที่ 28% ต่อปี สอดคล้องกับความเสี่ยง และไม่เป็นภาระของลูกค้ามากเกินไป โดยเฉพาะกับกลุ่มลูกค้าเป้าหมายที่ปกติพึ่งพาหนี้สินนอกระบบ
          นอกจากนี้การนำเทคโนโลยีและข้อมูลมาใช้วิเคราะห์สินเชื่อ ผู้ประกอบการต้องแบ่งแยกลูกหนี้ตามความเสี่ยง และสะท้อนประโยชน์กลับให้แก่ลูกค้าในรูปแบบวงเงินหรืออัตราดอกเบี้ยที่สอดคล้องกับความเสี่ยงของลูกค้าแต่ละราย ตลอดจนห้ามมิให้ผู้ประกอบธุรกิจเรียกเก็บดอกเบี้ย ค่าปรับ ค่าบริการ ค่าธรรมเนียมเพิ่มเติมใดๆ สำหรับกรณีลูกค้าไถ่ถอนสินเชื่อดิจิทัลก่อนกำหนดทั้งจำนวนหรือบางส่วน ห้ามเก็บ Prepayment fee