เตรียมปั้นยะลาก้าวสู่ "ยะลาโมเดล" เมืองนวัตกรรม เลิศล้ำการท่องเที่ยว

"กว่า 3 เดือนแล้วที่จังหวัดยะลาไม่พบจำนวนผู้ป่วยที่ติดเชื้อโควิด-19 รายใหม่ แต่ในขณะเดียวกันไม่ได้หมายความว่าสามารถที่จะปล่อยปละละเลยได้ หลายหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ไม่ว่าจะเป็นสาธารณสุขจังหวัด เทศบาลนครยะลา รวมถึงภาคเอกชน ฯลฯ ยังมีการรณรงค์เรื่องของการดูแลสุขอนามัยของประชาชนอย่างต่อเนื่อง เช่น การสวมหน้ากากอนามัย กวดขันเรื่องการล้างมือ อย่างสม่ำเสมอ และมีการเว้นระยะห่างทางสังคม สิ่งเหล่านี้คือสิ่งที่เราพยายามรณรงค์ให้ประชาชนได้ตระหนักมาโดยตลอด แต่ในขณะเดียวกันก็ไม่ได้หมายความว่าให้งด จัดกิจกรรมต่างๆ โดยปริยาย ยังสามารถจัดได้ เพียงแต่ต้องอยู่ภายใต้มาตรการป้องกัน โรคระบาดของสาธารณสุขอย่างเคร่งครัด" นี่คือประโยคแรกที่ นายพงษ์ศักดิ์ ยิ่งชนม์เจริญ นายกเทศมนตรีนครยะลา บอกกับผู้สื่อข่าว มติชน หลังจากงาน '70 วัน ยะลาปลอดโควิด ชีวิตปลอดภัย' เมื่อปลายเดือนกรกฎาคม ที่ผ่านมา
          นอกจากนี้ ได้มีโอกาสพูดคุยถึงแนวทางการฟื้นฟูและพัฒนาเศรษฐกิจหลังจากวิกฤติโควิด-19 ของจังหวัดยะลา กับนายกเทศมนตรีฯ อีกครั้ง ปรากฏถึงความคืบหน้าและการดำเนินการที่มีประสิทธิภาพของหลายหน่วยงาน และทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง พร้อมที่จะมี ส่วนร่วมและช่วยเหลือตามแผนฟื้นฟูฯ จังหวัดยะลาอย่างเข้มแข็ง เพื่อให้จังหวัดยะลาก้าวสู่การเป็น 'ยะลาโมเดล'
          เตรียมเช็คอินแหล่งท่องเที่ยวเฟสใหม่ที่'ไม่เหมือนเดิม'
          โรงแรมและร้านอาหารหลายแห่งในจังหวัดยะลาได้เข้าร่วมเป็นส่วนหนึ่งของโครงการ 'เราเที่ยวด้วยกัน' ซึ่งเป็นโครงการกระตุ้นการท่องเที่ยว ให้คนไทยเที่ยวเมืองไทย เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจไทยของรัฐบาล ปรากฏว่า มีนักท่องเที่ยวมาใช้สิทธิ์ในอำเภอเบตงค่อนข้างเยอะ โรงแรมบางแห่งมีจำนวนผู้เข้าพักเต็มเสียด้วยซ้ำในช่วงวันหยุด ในส่วนของแหล่งท่องเที่ยวในจังหวัดยะลา ไม่มีที่ไหนเป็นพื้นที่ที่รายงานว่ามีผู้ติดเชื้อ โควิด-19 เลย เพราะฉะนั้นนี่คือหลักประกัน ที่สร้างความมั่นใจให้กับนักท่องเที่ยวว่าจะไม่มีการติดเชื้อจากพื้นที่แหล่งท่องเที่ยวอย่างแน่นอน
          สิ่งที่หลายคนอาจจะไม่ทราบคือจังหวัดยะลามีสถานที่ท่องเที่ยวเยอะมาก แทบจะเรียกได้ว่าที่ไหนมีอะไร ยะลามีหมด ด้วยสภาพอากาศและภูมิประเทศที่โอบล้อม ด้วยธรรมชาติและหุบเขาเหมือนกับ จังหวัดทางภาคเหนือของประเทศไทย ทำให้จังหวัดยะลาเป็นเหมือนกับ 'ภาคเหนือแห่งแดนด้ามขวาน' ไม่ต้องไปดูทะเลหมอก ถึงเขาค้อ แค่เดินทางไปที่ตำบลอัยเยอร์เวง ที่ตั้งอยู่ในอำเภอเบตง ก็ได้ชม 'ทะเลหมอกอัยเยอร์เวง' ที่เป็นจุดชมวิวทะเลหมอกยอดฮิตของอำเภอเบตงที่เดินทางสะดวก รถยนต์เข้าถึงได้ และมีทะเลหมอกให้ชมตลอดทั้งปี และสิ่งที่เรียกได้ว่าเป็นเฟสใหม่คือ 'สกายวอล์ก' ที่มีความสูงถึง 45 เมตร นับเป็นแลนด์มาร์ค แห่งใหม่ของอำเภอเบตงที่จะดำเนินการก่อสร้างแล้วเสร็จปลายปีนี้เพื่อรองรับนักท่องเที่ยว ขึ้นชมความสวยงามของทะเลหมอกที่ปกคลุม ตลอดทั้งปี อีกทั้งยังสามารถชมแสงแรก ของพระอาทิตย์ และเป็นทะเลหมอกที่ใหญ่ และสวยงามที่สุดแห่งหนึ่งในจังหวัดยะลา ในช่วงเวลาเช้าจุดชมวิวแห่งนี้จะกลายเป็น 'สวรรค์บนดิน' ที่เปิดให้นักท่องเที่ยวเต็มอิ่ม กับทะเลหมอก สัมผัสอากาศอันบริสุทธิ์และทัศนียภาพที่สวยงาม อีกทั้งยังสามารถชม แสงแรกของพระอาทิตย์ได้จากที่นี่อีกด้วย
          เตรียมพร้อมสู่ 'เมืองแห่งทุเรียน'
          ย้อนไปเมื่อ 5 ถึง 10 ปีก่อน จากเหตุการณ์ความไม่สงบในชายแดนภาคใต้ ทำให้ประชาชนต้องละทิ้งถิ่นฐานเดิมและอพยพลี้ภัยไปอยู่ใน ที่ปลอดภัย ทำให้พื้นที่ป่าจำนวนมหาศาลมีความอุดมสมบูรณ์ของธรรมชาติ ปราศจาก สารเคมี นั่นคือข้อได้เปรียบของจังหวัดยะลา ในการทำเกษตรกรรม ทั้งการปลูกลองกอง มังคุด ส้ม กล้วยหิน ฯลฯ ทำให้มีรสชาติที่หวาน อร่อย เนื้อแน่น โดยเฉพาะทุเรียนที่เป็นของ ขึ้นชื่อของจังหวัดยะลา เป็นราชาแห่งผลไม้ ที่มีเอกลักษณ์ทั้งความหอม สีสวย เนื้อแน่น หวานมัน และมีรสชาติที่เรียกได้ว่าเข้มข้นกว่า ทุเรียนที่ปลูกในภูมิภาคอื่น
          โดยปกติแล้วทุเรียนเป็นพืชที่ชอบน้ำ ต้องได้รับน้ำอย่างเพียงพอ แต่ทุเรียน ของจังหวัดยะลาเป็นทุเรียน ที่มีการปลูกตามไหล่เขา และหุบเขา เพราะภูมิประเทศของจังหวัดยะลาเป็นพื้นที่ภูเขาซะส่วนใหญ่ เนื้อของทุเรียนจึงมีความแห้ง มีความมัน เนื้อไม่เละ จึงเป็นที่มา ของคำว่า 'ทุเรียนสะเด็ดน้ำ' ซึ่งสิ่งเหล่านี้เกิดขึ้นจากความสมบูรณ์ของดิน และธรรมชาติทั้งสิ้น ถ้าเป็นทุเรียนพันธุ์หมอนทอง ของจังหวัดยะลา เนื้อจะมีสีเหลืองที่เข้มกว่า ทุเรียนพันธุ์หมอนทองทั่วไป หากพูดถึงทุเรียน พันธุ์ที่ถือว่าเป็นคู่แข่งของหมอนทองและมี เฉพาะในจังหวัดยะลาคือทุเรียนพันธุ์มูซานคิง ซึ่งประเทศมาเลเซีย ได้ส่งเสริมการปลูกทุเรียนพันธุ์นี้กว่า หลายแสนไร่ ทุเรียน มูซานคิงมีราคาที่สูง กว่าทุเรียนหมอนทองและเป็นทุเรียนที่ คนจีนนิยมรับประทาน นอกจากนี้ยังมีทุเรียนอีกพันธุ์หนึ่งเรียกว่าพันธุ์ โอฉีหรือทุเรียนหนามดำ มีลักษณะของสีออกไปทางสีส้มเหลือง และเป็นทุเรียนที่ได้แชมป์จาก การประกวดทุเรียนของประเทศมาเลเซีย ที่มีต้นกำเนิดพันธุ์จากจังหวัดยะลาอีกด้วย
          สิ่งที่กล่าวมาทั้งหมดคือสาเหตุที่เทศบาล นครยะลาต้องการปั้นเมืองยะลาสู่การเป็น 'เมืองแห่งทุเรียน' เพราะความ 'อร่อยจับใจ' ที่มาพร้อมราคาที่ 'แพงระยับ' ทุเรียนพื้นบ้านเหล่านี้ยังถูกผลักดันให้จดทะเบียนเป็นสิ่งบ่งชี้ ทางภูมิศาสตร์ด้วย โดยตอนนี้มีทุเรียนพันธุ์ยาวลิ้นจี่และพันธุ์โอฉี นำร่องก่อน และกำลังทำให้ทุเรียนพันธุ์โกลเดน ฮาร์ท ที่มีจุดเด่นคือ พูทุเรียนจะเป็นรูปหัวใจ เป็นจุดขายของ จังหวัดยะลาตามไปอีกด้วย แต่เป็นที่น่าเสียดายว่าในปีนี้ไม่สามารถจัดงาน 'มหกรรมผลไม้ และของดีเมืองยะลาที่จัดขึ้นในเดือนสิงหาคมของทุกปีได้ ด้วยมาตรการด้านสาธารณสุข ที่มีข้อกำหนดว่าให้งดจัดงานที่มีผู้เข้าร่วมงานจำนวนมาก บวกกับปัญหาข้อกำหนดด้านการเดินทางที่ยังไม่ได้ผ่อนปรนแบบหนึ่งร้อยเปอร์เซ็นต์ จึงเปลี่ยนวิธีการนำเสนอเป็นการใช้สื่อโซเชียลมีเดียบนแพลตฟอร์มต่างๆ ช่วยประชาสัมพันธ์เรื่องราวของผลไม้ใน จังหวัดยะลาแทน
          'สมาร์ท ซิตี้' เทคโนโลยีสู่ 'วิถีชีวิตใหม่'
          สมาร์ท ซิตี้ หรืออีกชื่อหนึ่งว่า เมืองอัจฉริยะ คือเมืองที่ใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีและนวัตกรรมที่ทันสมัย และชาญฉลาด เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพของการให้บริการและการบริหารจัดการเมือง ลดค่าใช้จ่ายและการ ใช้ทรัพยากรของ เมืองและประชากรเป้าหมาย โดยเน้นการออกแบบที่ดี และการมีส่วนร่วม ของภาคธุรกิจและภาคประชาชนในการพัฒนาการเมือง ภายใต้แนวคิดการพัฒนา เมืองน่าอยู่ เมืองทันสมัย ให้ประชาชนในเมือง มีคุณภาพชีวิตที่ดี มีความสุขอย่างยั่งยืน
          ปฏิเสธไม่ได้ว่าวิกฤติโควิด-19 เร่งให้เกิด การใช้เทคโนโลยีดิจิทัลเร็วและมากขึ้น ซึ่งเป็น สิ่งที่จังหวัดยะลาเองกำลังดำเนินการอยู่หลายอย่างเช่น สร้างระบบตรวจสอบบนแอปพลิเคชันไลน์ในจุดคัดกรองต่างๆ และให้ประชาชนสแกน คิวอาร์โค้ดก่อนเข้า ติดตั้งฟรีไวไฟทั้งหมดใน เขตเทศบาลนครยะลาโดยเฉพาะในจุดที่มีผู้คนหนาแน่น เช่น สถานีรถไฟ สถานีขนส่ง และมัสยิด ขณะเดียวกันก็ให้ประชาชนคัดกรองตนเองเบื้องต้นจากการตอบคำถามในคิวอาร์โค้ด แม้ว่าจะอยู่ในช่วงเริ่มผ่อนปรนก็มีการแนะนำให้สแกนคิวอาร์โค้ดสถานที่ต่างๆ เช่นกัน เพราะก่อนหน้านี้เมื่อมีความคิดในการทำสมาร์ทซิตี้มีแผนการติดตั้งฟรีไวไฟในพื้นที่ทั้งหมดของ เทศบาลฯ และกำลังดำเนินการติดตั้งให้ครบทุกจุด
          "ไม่ว่าจะอย่างไร โลกวันนี้ก็จำเป็นที่จะต้องพึ่งพาระบบอีคอมเมิร์ซและเป็นแนวทาง ในอนาคต จึงเกิดโครงการหลาดยะลา หรือยะลามาร์เก็ต ซึ่งมีร้านค้าประเภทต่างๆ เช่น ร้านโชห่วย ร้านอาหาร ฯลฯ รวมทั้ง การบริการ เช่น ช่างไฟ ช่างแอร์ เพื่อรองรับผู้ตกงานและประชาชนที่ไม่มีความรู้ในการขายสินค้าผ่านช่องทางดิจิทัล เช่น การช่วยเหลือ ร้านค้าด้วยการสนับสนุนการขาย ส่งช่างภาพไปถ่ายรูป และนำข้อมูลมาใส่ในระบบเจ้าหน้าที่เทศบาลทำหน้าที่เป็นแบ็คออฟฟิศให้พร้อมกับใช้บริการวินมอเตอร์ไซค์ที่อยู่ ใกล้ร้านค้าที่สุดเพื่อจัดส่งสินค้า ทั้งนี้ เทศบาลฯ มีการอบรมการใช้งานด้วย ไม่เช่นนั้น คนเหล่านี้จะถูกทิ้งไว้ข้างหลัง และไม่มีที่ยืนในสังคม" นายกเทศมนตรีฯ กล่าวถึงการฟื้นฟูแผนพัฒนาเศรษฐกิจ ในรูปแบบสมาร์ท ซิตี้ ของจังหวัดยะลา
          จังหวัดยะลาในวันนี้ ไม่เหมือนกับจังหวัดยะลา เมื่อ 5 -10 ปีก่อนอย่างสิ้นเชิงวันนี้จังหวัดยะลามีความสงบ สะอาดพร้อมด้วยธรรมชาติและสถานที่ท่องเที่ยวที่ไม่ได้ด้อย ไปกว่าที่ไหนเลย ประชาชนอยู่กันอย่างเอื้ออาทร มีน้ำใจต่อกัน อยากให้นักท่องเที่ยวได้ลองมาเที่ยวและลิ้มรสอาหารพื้นเมือง ที่เปี่ยมด้วยรสชาติอร่อย หาทานยาก จนกระทั่ง 'ทุเรียน' ผลไม้ที่เป็น 1 ในสิ่งที่เชิดหน้าชูตาและควรมาลิ้มลองที่จังหวัดยะลาเพียงที่เดียว
--จบ--

          --มติชน ฉบับวันที่ 21 ส.ค. 2563 (กรอบบ่าย)--