5G ติดปีกสนามบินอู่ตะเภา กระตุ้นท่องเที่ยว-ลงทุน EEC 6 บริการดิจิทัลสู่สมาร์ท แอร์พอร์ต

จากความได้เปรียบของประเทศไทยที่ตั้งอยู่เป็นจุดศูนย์กลางของภูมิภาคอาเซียนนมาสู่โครงการพัฒนาเขตเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออกหรือ EEC ที่จะเป็นกลไกสำคัญในการเสริมศักยภาพการเติบโตของเศรษฐกิจไทย ซึ่งหนึ่งในโครงการที่เป็นแม่เหล็กสคัญ ได้แก่ เป้าหมายการพัฒนาสนามบินอู่ตะเภาสู่การเป็น "ท่าอากาศยานเชิงพาณิชย์เต็มรูปแบบแห่งที่ 3 ของกรุงเทพฯ ที่จะเชื่อมโยงการขนส่งโดยสารและสินค้ากับสนามบินดอนเมืองและสนามบินสุวรรณภูมิการท่าอากาศยานอู่ตะเภา จึงเดินหน้าขยายขีดความสามารถของการให้บริการสนามบิน เพื่อรองรับความเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจ การลงทุนอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว และการขนส่ง สร้างบรรยากาศการท่องเที่ยวและการลงทุนในพื้นที่ EEC ให้กลับมาคึกคัก หลังจากเผชิญวิกฤติการแพร่ระบาดของโควิดในช่วงที่ผ่านมา โดยสานต่อความร่วมมือกับเอไอเอส จาก MOU เดิมที่เคยลงนามไว้ตั้งแต่ปี 2561 ในการศึกษาและพัฒนาระบบแอปพลิเคชันและโซลูชันสำหรับสนามบิน ทั้งมิติของความปลอดภัยและความสะดวกสบาย
          โดยเทคโนโลยีที่เข้าไปสนับสนุนเพิ่มเติม ได้แก่ การนำโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลที่สำคัญอย่างเทคโนโลยี AIS 5G ที่มีความเร็วและความหน่วงต่ำ, WiFi 6 มาตรฐานไวไฟยุคใหม่, เทคโนโลยีเครื่องวัดอุณหภูมิและหุ่นยนต์ 5G อัจฉริยะเข้าไปให้บริการภายในท่าอากาศยานนานาชาติอู่ตะเภา ระยอง-พัทยา ณ อาคารผู้โดยสารหลังที่ 2
          พลเรือโท กฤชพล เรียงเล็กจำนงค์ ผู้อำนวยการการท่าอากาศยานอู่ตะเภา กล่าวว่า "โครงการพัฒนาสนามบินอู่ตะเภาและเมืองการบินภาคตะวันออก ถือเป็นหนึ่งในโครงสร้างพื้นฐานหลักสำคัญของ EEC ที่รัฐบาลให้ความสำคัญและสนับสนุนให้มีการลงทุนในด้านต่างๆ ที่ครอบคลุมทุกมิติ ทั้งการให้บริการสนามบินเชิงพาณิชย์ การพัฒนาอุตสาหกรรมต่อเนื่องด้านธุรกิจและอุตสาหกรรมการบิน
          ที่ผ่านมาการท่าอากาศยานอู่ตะเภาจึงร่วมมือกับบริษัท แอดวานซ์ ไวร์เลส เน็ทเวอร์ค จำกัด นำเทคโนโลยีดิจิทัลเข้ามายกระดับการให้บริการและการบริหารอาคารผู้โดยสารหลังที่ 2 ที่มีพื้นที่ 20,000 ตารางเมตร สามารถรองรับจำนวนเที่ยวบินได้ 17 ล้านเที่ยวบินต่อปีและรองรับผู้โดยสารได้สูงสุด 3 ล้านคนต่อปี ให้มีความทันสมัยพร้อมรองรับนักเดินทางและนักลงทุนจากทั่วโลก ซึ่งวันนี้เมื่อเทคโนโลยี 5G และโซลูชันต่างๆ มีความพร้อมและได้ถูกนำเข้ามาให้บริการสนามบินอู่ตะเภา เชื่อมั่นว่าจะยิ่งช่วยเพิ่มความสะดวกและมอบประสบการณ์ที่เป็นเลิศให้แก่ผู้ใช้บริการท่าอากาศยาน รวมถึงเพิ่มขีดความสามารถด้านการรักษาความปลอดภัยและประสิทธิภาพการบริหารอาคารมุ่งสู่สนามบินอัจฉริยะได้อย่างแน่นอน"
          สมชัย เลิศสุทธิวงค์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารเอไอเอส กล่าวว่า "เอไอเอส ได้ขยายความร่วมมือกับสนามบินอู่ตะเภาในการพัฒนาสนามบินอัจฉริยะ ต่ออีก 2 ปี (ปี 2563-2565) ซึ่งประกอบด้วย  1) การศึกษารูปแบบการนำเทคโนโลยีเข้ามาประยุกต์ใช้ในการบริหารจัดการสนามบิน เป็นแนวทางการพัฒนาและยกระดับสนามบินอู่ตะเภาในอนาคต 2) การทดสอบและทดลองโซลูชันดิจิทัล เพื่อเสริมขีดความสามารถในการให้บริการของสนามบิน อาทิ รถยนต์ไร้คนขับผ่าน 5G, ระบบตรวจตรารักษาความปลอดภัยผ่าน 5G เพื่อสอดส่องดูแลพื้นที่ ทั้งในบริเวณอาคารผู้โดยสารและพื้นที่โดยรอบสนามบิน โดยมีจุดประสงค์เพื่อเสริมความแข็งแกร่งให้สนามบินอู่ตะเภาเป็นมหานครการบินแห่งภูมิภาคอาเซียนที่จะช่วยดึงดูดนักลงทุน และความเจริญต่างๆเข้ามาในพื้นที่ EEC มากยิ่งขึ้น อันจะเป็นการกระตุ้นการท่องเที่ยวและเศรษฐกิจ รวมถึงสานต่อวิสัยทัศน์ที่เรายืนยันจะนำเทคโนโลยี 5G มาร่วมฟื้นฟูประเทศ โดยเฉพาะในภาคอุตสาหกรรม ทั้งทางบก ผ่านการทำงานกับนิคมอุตสาหกรรมต่างๆ, ทางทะเล และทางอากาศ"
          สำหรับบริการดิจิทัลที่ได้นำเข้าไปเสริมศักยภาพการบริหารจัดการภายในท่าอากาศยานนานาชาติอู่ตะเภา ระยอง-พัทยา แล้ว ประกอบด้วย
          1) เทคโนโลยีระบบวิเคราะห์และประมวลาลภาพวิดีโออัจฉริยะเสริมระบบบริหารจัดการอาคารผู้โดยสารและเพิ่มประสิทธิภาพด้านระบบรักษาความปลอดภัย ประกอบด้วย ข้อมูลจากเครือข่ายกล้องวงจรปิดทั่วอาคาร และโปรแกรมวิเคราะห์ตรวจจับและรับรู้ใบหน้าบุคคลและสิ่งของในอาคารสนามบิน
          2) แอปพลิเคชัน Thailand Smart Airport อำนวยความสะดวกให้แก่าผู้โดยสารด้วยข้อมูลด้านการบินและสนามบิน อาทิ สถานะตารางการบิน การแจ้งเตือนการเปลี่ยนแปลงไฟล์ทเดินทาง แผนที่บอกทางภายในสนามบิน และรายละเอียดจุดบริการต่างๆในสนามบินด้วยเทคโนโลยี AR
          3) เทคโนโลยีเครื่องวัดอุณหภูมิ ที่จะช่วยตรวจวัดอุณหภูมินักท่องเที่ยว และเชื่อมต่อสู่ระบบบริหารจัดการด้านความปลอดภัยของสนามบิน
          4) หุ่นยนต์ 5G อัจฉรยะ ช่วยคัดกรอง ตรวจวัดอุณหภูมิดูแลสุขอนามัยนักท่องเที่ยวที่ใช้บริการสนามบินได้อย่างรวดเร็ว มีความแม่นยำสูง ลดการสัมผัสใกล้ชิด และป้องกันการแพร่ระบาดของโควิด-19
          5) ติดตั้งเครือข่าย 5G  ที่มีความเร็วและความหน่วงต่ำ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการให้บริการผู้โดยสารและประชาชนภายในสนามบิน ตลอดจนรองรับโซลูชันการให้บริการใหม่ๆ
          6) บริการ WiFi 6 มาตรฐาน WiFi ยุคใหม่ ช่วยอำนวยความสะดวกให้แก่นักท่องเที่ยวในการเชื่อมต่อโลกออนไลน์ได้อย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

          บรรยายใต้ภาพ
          สมชัย เลิศสุทธิวงค์
          พลเรือโท กฤชพล เรียงเล็กจำนงค์--จบ--

          --ไทยรัฐ ฉบับวันที่ 19 ส.ค. 2563 (กรอบบ่าย)--