VCOMปักธงรายได้ปีนี้โต15% ส่งซิก Q2 อัตรากำไรขั้นต้นสูงกว่า Q1

“วินท์คอมฯ” ตั้งเป้ารายได้ปีนี้โต 15% แตะ 2,045 ล้านบาท ส่งซิกผลงานไตรมาส 2/63 แจ่ม! อัตรากำไรขั้นต้นสูงกว่าไตรมาสแรก หลังเร่งเพิ่มสัดส่วนรายได้บริการ เหตุมาร์จิ้นสูง มองโอกาสขยายธุรกิจไปยังเวียดนาม
          นางทรงศรี ศรีรุ่งเรืองจิต กรรมการผู้จัดการ บริษัท วินท์คอม เทคโนโลยี จำกัด (มหาชน) หรือ VCOM เปิดเผยว่า แนวโน้มผลการดำเนินงานในไตรมาส 2/2563 บริษัทคาดว่ายังเป็นไปตามคาดการณ์ที่ประเมินไว้ หลังจากไตรมาส 1/2563 บริษัทมีกำไรสุทธิอยู่ที่ 26.50 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 212.99% จากไตรมาสเดียวกันปีก่อน ที่มีกำไรสุทธิ 8.47 ล้านบาท และรายได้รวม 628.90 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 67.95% จากไตรมาสเดียวกันปีก่อน ที่มีรายได้รวม 374.45 ล้านบาท
          นอกจากนี้ คาดว่าอัตรากำไรขั้นต้นในไตรมาส 2/2563 จะเพิ่มขึ้นจากไตรมาสก่อน ที่มีอัตรากำไรขั้นต้นอยู่ที่ 16.22% เนื่องจากไตรมาสก่อนบริษัทมีรายได้จากการขายมาก ซึ่งมีอัตรากำไรขั้นต้นค่อนข้างน้อย และในช่วงที่เหลือของปี 2563 บริษัทพยายามเพิ่มรายได้จากการบริการที่มีอัตรากำไรขั้นต้นสูงกว่ารายได้จากการขาย
          ทั้งนี้ ในปี 2563 บริษัทตั้งเป้าหมายมีรายได้อยู่ที่ 2,045 ล้านบาท เติบโต 15% จากปีก่อน ที่มีรายได้อยู่ที่ 1,781.83 ล้านบาท โดยมาจากรายได้จากการขายจำนวน 1,527 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีก่อน ที่มีรายได้จากการขายอยู่ที่ 1,126.50 ล้านบาท ซึ่งในไตรมาส 1/2563 บริษัทมีรายได้จากการขายแล้ว 481.40 ล้านบาท และรายได้จากการบริการ จำนวน 518 ล้านบาท ลดลงจากปีก่อน ที่มีรายได้จากการบริการอยู่ที่ 647.29 ล้านบาท ซึ่งในไตรมาส 1/2563 บริษัทมีรายได้จากการบริการแล้ว 141.56 ล้านบาท
          สำหรับสัดส่วนรายได้ของบริษัท ปัจจุบันมาจากรายได้จากการขายประมาณ 65% และรายได้จากการบริการประมาณ 35% โดยบริษัทเร่งให้สัดส่วนรายได้จากการบริการเติบโตมากขึ้น เนื่องจากกำไรจากงานบริการดีกว่ากำไรจากงานขาย
          ขณะเดียวกันบริษัทสนใจขยายธุรกิจไปยังเวียดนาม อย่างไรก็ตามขึ้นอยู่กับเจ้าของผลิตภัณฑ์ว่ามีแผนขยายไปหรือไม่ เนื่องจากเวียดนามเป็นประเทศที่มีศักยภาพการเติบโตด้านไอทีค่อนข้างสูง ทำให้เจ้าของผลิตภัณฑ์เข้าไปลงทุนมากพอสมควร ดังนั้นต้องดูโอกาสการเติบโตของเวียดนามว่าบริษัทจะมีมากน้อยเพียงใด
          ขณะที่ปัจจุบันบริษัทได้ขยายธุรกิจไปยังกัมพูชา ลาว และเมียนมา (CLM) โดยในกัมพูชา และเมียนมา บริษัทยังไม่มีปัญหาเรื่องการเก็บหนี้ เนื่องจากบริษัทมีการสกรีนลูกค้าที่เป็นบริษัทที่เชื่อถือได้ ซึ่งลูกหนี้ CLM เป็นไปตามสัดส่วนการขาย หรือประมาณ 30-40% ของลูกหนี้รวม
          นอกจากนี้ ที่ประชุมคณะกรรมการบริษัท (บอร์ด) เมื่อวันที่ 29 พ.ค. 2563 ได้อนุมัติให้นำเสนอต่อที่ประชุมสามัญผู้ถือหุ้นประจำปี 2563 ในวันที่ 24 ก.ค. 2563 เพื่อรับทราบการจ่ายเงินปันผลระหว่างกาลจากกำไรของบริษัทสำหรับปี 2562 ในอัตราหุ้นละ 0.16 บาท เป็นเงินจำนวน 48 ล้านบาท คิดเป็น 71.88% ของกำไรสุทธิของงบการเงินเฉพาะกิจการของบริษัท