เดินหน้า Data Governance เป้าหมายสู่รัฐบาลดิจิทัล

เป็นหนึ่งในกลไกขับเคลื่อนสู่ยุค 4.0 ตามภารกิจดังชื่อ "สำนักงานพัฒนารัฐบาลดิจิทัล" หรือ สพร. ซึ่งล่าสุดได้ผู้เชี่ยวชาญที่อยู่ในวงการไอทีและโทรคมนาคมมานาน อย่าง "ดร.สุพจน์ เธียรวุฒิ" มานั่งเป็น ผู้อำนวยการคนใหม่
          "ดร.สุพจน์" ได้ระบุถึงเป้าหมาย 3 ปีในการทำงานไว้ คือ จะผลักดันให้ สพร. เป็นหน่วยงานที่ช่วยประสานงานการขับเคลื่อนการปรับเปลี่ยนภาครัฐสู่การเป็นรัฐบาลดิจิทัลได้รวดเร็วขึ้น ภายใต้ 3 ยุทธศาสตร์หลัก ประกอบด้วย 1) ยกระดับหน่วยงานภาครัฐสู่องค์กรดิจิทัล 2) พัฒนาและบูรณาการแพลตฟอร์มดิจิทัลภาครัฐ และ 3) ส่งเสริมการเปิดเผยข้อมูลดิจิทัลภาครัฐและการใช้ข้อมูล โดยมุ่งเน้นใน 3 เรื่องหลักที่สำคัญ ได้แก่ 1) บุคลากร ด้วยการปรับกระบวนการทางความคิด และทักษะ 2) กระบวนการ ที่จะร่วมกับสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ (ก.พ.ร.) เพื่อพิจารณาว่ามีกระบวนการไหนบ้างที่จะต้องไปปรับปรุงหรือแก้ไขต่อไป และ 3) เทคโนโลยี จะต้องมีบทบาทร่วมกันกับหน่วยงานภาครัฐ เพื่อกำหนดมาตรฐานกลางในการให้หน่วยงานภาครัฐใช้บริการทางด้านเทคโนโลยี และสร้างมาตรฐานในการเชื่อมโยงข้อมูล"
          แต่สำหรับเป้าหมายระยะสั้นในครึ่งปีแรกนี้ จะเร่งทำใน 2 เรื่องหลัก คือ การออกมาตรฐานของ digital ID ในภาครัฐ และ data governance
          "ปีที่ผ่านมา สพร.ได้ออกหลักเกณฑ์เรื่อง data governance มาแล้ว และจะนำเรื่องนี้ไปให้หน่วยงานภาครัฐทั้ง 20 กระทรวง ได้ดำเนินการในเรื่องนี้ เพราะ 'ข้อมูล' ถือเป็นเรื่องที่สำคัญสำหรับภาครัฐ ซึ่งจะต้องมีความถูกต้อง และนำไปใช้ประโยชน์ต่อได้ ไม่ว่าจะนำไปใช้กับ AI หรือนำไปใช้กับ data analytics ก็ตาม"
          โดยข้อมูลในมือของภาครัฐนั้นจะต้องมีความถูกต้อง และต้องมีความชัดเจนเกี่ยวกับการแลกเปลี่ยนข้อมูลระหว่างรัฐ โดยได้เชิญผู้บริหารเทคโนโลยีสารสนเทศระดับสูง หรือ CIO ทั้ง 20 กระทรวง และอบรมเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้สามารถนำความรู้และประสบการณ์กลับไปทำ data governance ในแต่ละกระทรวง ซึ่งจะทำให้ทราบว่าในแต่ละกระทรวงนั้นมีข้อมูลประเภทใดบ้าง ส่วนใดสามารถแลกเปลี่ยนระหว่างกันได้ ซึ่งถือเป็นพื้นฐานสำคัญของการจัดการข้อมูล
          ขณะเดียวกันจะสานต่อบริการ one stop service ในส่วนของ 1) citizen platform อาทิ ศูนย์รวมองค์ความรู้ ช่องทางการมีส่วนร่วมทางอิเล็กทรอนิกส์ ระบบกลางด้านกฎหมาย 2) business platform ที่ได้ดำเนินการร่วมกับ ก.พ.ร. สำหรับ startup หรือ ผู้ที่สนใจเริ่มต้นธุรกิจ สามารถยื่นขอใบอนุญาตประกอบธุรกิจแบบครบวงจรผ่านระบบ biz portal ได้ ทั้งยังขยายจำนวนใบอนุญาตในระบบ biz portal จาก 40 ใบอนุญาต ใน 10 ธุรกิจ เป็น 78 ใบอนุญาต ใน 25 ธุรกิจ
          และ 3) foreigner platform ซึ่งจะจัดทำให้เป็นรูปธรรมแบบ one stop service ทั้งการรายงานตัว 90 วัน, แจ้งเข้า/ไม่เข้า, ย้ายที่พัก, e-Visa และการแจ้งการเดินทางเข้าประเทศ
          "ทั้งหมดนี้ สพร.ไม่สามารถจะดำเนินการได้เอง ต้องได้รับการประสานความร่วมมือกับทุกภาคส่วน เพื่อช่วยผลักดันให้เกิดการบริการรัฐบาลดิจิทัลอย่างแท้จริง"