"แสนสิริ"ดึงเทคโนโลยีระดับโลก"Amazon Web Services"ก้าวสู่การนวัตกรรมการอยู่อาศัยตอบโจทย์ยุคดิจิตัล

"แสนสิริ" ตอกย้ำความเป็นผู้นำ Proptech ในประเทศไทย ดึงเทคโนโลยีจากบริษัทระดับโลก "Amazon Web Services" ผู้ให้บริการแพลตฟอร์มด้านไอทีผ่านอินเทอร์เน็ต ซึ่งเป็นบริษัทในเครือของAmazon.com ที่มีบริการหลากหลายรวมทั้งแพลตฟอร์มปัญญาประดิษฐ์ (Artificial Intelligence หรือAI) โดยร่วมมือกับเดลิเทค พันธมิตรผู้เชี่ยวชาญด้านการพัฒนานวัตกรรม และเทคโนโลยีบนคลาวด์ ก้าวสู่การเปลี่ยนแปลงทางนวัตกรรมการอยู่อาศัยที่สำคัญ
          ดร.ทวิชา ตระกูลยิ่งยงประธานผู้บริหารสายงานเทคโนโลยีและวิเคราะห์ข้อมูล บริษัท แสนสิริ จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า"ปีนี้นับเป็นปีแห่งการปรับเปลี่ยนองค์กรของแสนสิริอย่างรอบด้านเพื่อให้บริษัทฯเติบโตและรักษาความเป็นผู้นำได้อย่างยั่งยืน สิ่งหนึ่งที่เห็นได้ชัดคือการลงทุนด้านนวัตกรรม เพราะประสบการณ์เกือบ 35 ปีของเราในรแหธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ทำให้แสนสิริเห็นความเปลี่ยนแปลงในไลฟ์สไตล์และความต้องการของลูกค้าในยุคที่ขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยีดิจิทัล เราเชื่อว่าเทคโนโลยี จะตอบโจทย์ของลูกค้าได้ดี จึงได้พยายามนำเทคโนโลยี มาต่อยอดใช้ประโยชน์ในธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ในมิติใหม่ๆ อย่างไม่หยุดยั้งเพื่อยกระดับการบริการที่ตรงกับไลฟ์สไตล์ของลูกบ้านและรักษาความเป็นผู้นำในการบุกเบิก และพัฒนาเทคโนโลยี เพื่อการอยู่อาศัยของวงการอสังหาริมทรัพย์ การทำงานร่วมกันในครั้งนี้ ใช้เทคโนโลยีจากบริษัทระดับโลกอย่าง "Amazon Web Services" โดยเริ่มจากการพัฒนาแอพพลิเคชั่น Home Serviceของแสนสิริให้เป็น "ผู้ช่วยส่วนตัวอัจฉริยะ" โดยการใช้เทคโนโลยี Artificial Intelligence solutions จาก Amazon Web Services ซึ่งเป็นแพลทฟอร์มสำหรับฟังก์ชั่นการสั่งงานด้วยเสียงที่ใช้งานง่ายและเป็นธรรมชาติ นับเป็นการปฏิวัติรูปแบบการใช้ชีวิตของผู้ใช้แอพพลิเคชั่นให้สามารถจัดการเรื่องราวต่างๆ ได้จากทุกที่ ทุกเวลา เพื่อความสะดวกสบายของลูกค้าตอบโจทย์การอยู่อาศัยในยุคดิจิทัล"
          ดร.ชวพล จริยาวิโรจน์ ผู้จัดการประจำประเทศไทยบริษัท อะเมซอน เว็บ เซอร์วิสเซส (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวถึงว่า"เรามีความยินดีที่แสนสิริและเดลิเทค ได้เลือกเทคโนโลยีของ Amazon Web Services นำร่องด้วยเทคโนโลยี Artificial Intelligence มาใช้ในการเดินหน้าสู่การปฏิวัติองค์กร ด้วยความมุ่งมั่นของ Amazon Web Services ในการพัฒนานวัตกรรมใหม่ๆ อย่างไม่หยุดยั้งให้กับลูกค้า และการที่แสนสิริเดินหน้าปรับเปลี่ยนองค์กรสู่ยุคดิจิทัลอย่างเต็มรูปแบบ สะท้อนให้เห็นว่าทั้งสองบริษัทมีวิสัยทัศน์สอดคล้องกัน โดยคำนึงถึงลูกค้าเป็นสำคัญ"
          ความสำเร็จครั้งนี้จึงเป็นการเดินทางมาบรรจบกันอย่างลงตัวของโลกเทคโนโลยีและโลกอสังหาริมทรัพย์ของประเทศไทย ผู้ที่จะได้ประโยชน์สูงสุดก็คือลูกค้าและผู้ใช้งานที่เชื่อมั่นได้ว่าจะได้รับประสบการณ์การใช้ชีวิตอย่างสมบูรณ์แบบยิ่งขึ้น
          ดร.วิชญ์ เนียรนาทตระกูล กรรมการผู้จัดการ บริษัท เดลิเทคจำกัด ผู้เป็นพันธมิตรด้านเทคโนโลยีในการทำงานร่วมกันครั้งนี้  กล่าวถึงการพัฒนาความสามารถของเทคโนโลยี Artificial Intelligence solutions จาก Amazon Web Services ในการรองรับภาษาไทยสำหรับแสนสิริว่าบริษัทเดลิเทคมีความยินดี ที่ได้มีส่วนร่วมในการพัฒนานวัตกรรมสำหรับแสนสิริ เรานำเทคโนโลยีจาก Amazon Web Services ที่มีจุดเด่นคือใช้งานง่าย มีการบริการที่หลากหลาย และเปิดให้นักพัฒนาสามารถนำมาต่อยอดเพื่อให้เกิดบริการใหม่ๆ โดยเดลิเทคได้คัดสรรฟังก์ชั่นที่จะนำร่องให้บริการเกี่ยวกับความสะดวกสบายของลูกบ้านแสนสิริพร้อมใช้งานในปี2561 ดังนี้
          -การรับคำสั่งพื้นฐานของฟังก์ชั่นต่างๆ ที่สอดรับกับการดำเนินชีวิตประจำวัน ไม่ว่าจะเป็นการตรวจสอบยอดค่าน้ำ ตรวจเช็คพัสดุ การจองและตรวจสอบสถานะการใช้งานของห้องส่วนกลาง รวมถึงสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ ในโครงการ เช่น การเปิดจองบริการของห้องโยคะ เป็นต้น
          -Sansiri Home Automation Control เชื่อมต่อกับอุปกรณ์เครื่องใช้ไฟฟ้าได้อย่างง่ายดาย ไม่ว่าจะเป็นอุปกรณ์ใดก็สามารถสั่งงานได้ด้วยการใช้เสียง ทั้ง เปิด-ปิดไฟ เครื่องปรับอากาศ ม่านไฟฟ้า หรือเปิด-ปิดเปลี่ยนช่องโทรทัศน์
          -เพิ่มขีดความสามารถในการใช้งานให้โต้ตอบได้หลากหลายมากขึ้นสามารถให้ข้อมูลพื้นฐานต่างๆ ได้ เช่น พยากรณ์อากาศ เช็คสภาพการจราจร สรุปข่าวรายวัน ฯลฯ ซึ่งผู้ใช้สามารถสั่งการทำงานไม่ว่าจะอยู่ในมุมไหนของห้องก็ตาม
          -ตอบรับชีวิตยุคดิจิทัลด้วยการเชื่อมต่อความสนุกอย่างไม่รู้จบ สามารถฟังเพลงไทย หรือรับคลื่นวิทยุในประเทศไทย
          ดร.ทวิชา กล่าวสรุปว่า "แสนสิริจะยังคงนำเทคโนโลยีระดับโลกจาก Amazon Web Services มาใช้เพื่อพัฒนาบริการและฟังก์ชั่นใหม่ๆ ของHome Service Application อย่างต่อเนื่อง โดยทำงานอย่างใกล้ชิดกับเดลิเทค ซึ่งจะทำให้แสนสิริมีนวัตกรรมต่างๆ และเปิดให้ลูกค้าได้สัมผัสประสบการณ์แบบ Glocal (Global+Local) หรือการที่ลูกค้าได้มีโอกาสใช้ชีวิตระดับโลกได้อย่างง่ายๆ"