"ทีโอที-แคท"หวั่นองค์กรวิกฤติหนัก หลังแผนหารายได้สะดุด-"ดีอี"บีบให้เดินทางตัน

ผู้สื่อข่าวรายงานว่าขณะนี้พนักงานและผู้บริหาร ของ บริษัท ทีโอที  จำกัด (มหาชน) หรือ ทีโอที และ บ.กสท.โทรคมนาคม (แคท) เริ่มกังวลใจต่อสถานการณ์ขององค์กรอย่างหนัก หลังจากที่กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม(ดีอี)ไม่ให้ชัดเจนว่าจะสนับสนุนแผนการฟื้นฟูกิจการและแผนการสร้างรายได้ให้กับ ทีโอที และ แคท ซึ่งที่ผ่านมาทั้งสององค์กรนี้ ได้นำเสนอแผนงานไปแล้วหลายครั้ง
          ทั้งนี้ในส่วนของทีโอที และแคทนั้น แม้จะจัดทำแผนฟื้นฟูกิจการและมีแผนดึงพันธมิตรธุรกิจเข้ามาร่วมพัฒนากิจการ โดยในส่วนของ กสท นั้นมีแผนจัดตั้งบริษัทร่วมทุนกับดีแทค เพื่อนำเอาทรัพย์สินเสาสัญญาณมือถือกว่า 12,000 ต้น ตามสัญญาสัมปทานที่กำลังจะ สิ้นสุดลงในปี 2561 มาให้บริการเช่าต่อเพื่อที่จะทำให้แคท ยังคงมีรายได้ต่อเนื่องปีละ 10,000-20,000 ล้านบาท
          ขณะที่บริษัททีโอทีก็เสนอแผนทำสัญญาธุรกิจกับพันธมิตร 2 ราย คือ บริษัท AWN ในเครือเอไอเอส และบริษัทดีแทค ไตรเน็ท เพื่อร่วมพัฒนาโครงข่ายมือถือบน คลื่นความถี่ 2100 และ 2300 เมกะเฮิรตซ์ (MHz) ซึ่งจะทำให้ทีโอทีมีรายได้จากการนำเอาทรัพย์สินเครือข่ายเสาสัญญาณมือถือไปให้เช่าปีละไม่ต่ำกว่า 15,000-20,000 ล้านบาท แต่แนวทางข้างต้นกลับถูกกระทรวงดิจิทัล ต้นสังกัดดองเค็มตีกลับให้ไปนับ 1 ใหม่มาครั้งแล้วครั้งเล่า
          ทั้งนี้กระทรวงดีอียังคงต้องการให้ ทีโอทีและแคท ร่วมกันจัดตั้งบริษัทลูกร่วมทุนคือบริษัทโครงข่ายระหว่างประเทศและศูนย์ข้อมูลอินเตอร์เน็ต จำกัด (NGDC) และบริษัทโครงข่ายอินเทอร์เน็ตบรอดแบนด์แห่งชาติ จำกัด(NBN) ทั้งที่ผลศึกษาของบริษัท ที่ปรึกษา ก็ยืนยันชัดว่าไร้อนาคต เพราะเอาแค่เงินเดือน พนักงานที่ต้องโอนย้ายมาอยู่บริษัทร่วมทุน ก็สูงกว่าเดิมไม่น้อยกว่า 15-20% ขณะที่ต้นทุนค่าบริการไวไฟ และโครงข่ายระหว่างประเทศที่รับโอนทรัพย์สินมาจากบริษัทแม่นั้น เมื่อบวกต้นทุนค่าบริหารจัดการลงไปก็ยากจะไปแข่งขันกับบริษัทเอกชนได้ ท้ายที่สุดคงหนีไม่พ้นนำกลับไปให้บริษัทแม่เช่าใช้
          "การจะไปคาดหวังจะให้บริษัทเอกชนอย่างเอไอเอส ดีแทค ทรูมูฟ มาเช่าใช้ แทบจะเป็นไปไม่ได้เลยเพราะบริษัทสื่อสารโทรคมนาคมเหล่านี้ ล้วนมีการลงทุนสร้างเครือข่ายตัวเองกันอยู่แล้ว ใครจะมาเช่าใช้โครงข่ายของรัฐในเมื่อ ทุกรายก็มีการลงทุนของตนเอง" แหล่งข่าว จากทีโอที-แคทระบุ