SKYจ่อคว้างาน890ล้าน การันตีรายได้ปีนี้โต70%

“SKY” จ่อคว้างานใหม่ 2 โครงการ มูลค่ารวม 890 ล้านบาท คาดรู้ผลภายใน 2 สัปดาห์นี้ เล็งทยอยบุ๊ครายได้ปีนี้ทันที หนุนรายได้ปีนี้โต 70% ล่าสุดจัดตั้ง “จีฟินน์” ถือ 40% หวังเข้ารับงานระบบซอฟต์แวร์ ตั้งเป้าปี 61 มีรายได้ 100 ล้านบาท
          นายสิทธิเดช มัยลาภ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท สกาย ไอซีที จำกัด (มหาชน) หรือ SKY เปิดเผยว่า ขณะนี้บริษัทอยู่ระหว่างรอหนังสือแสดงเจตจำนง (Letter of Intent หรือ LOI) เพื่อรับงาน 2 โครงการ มูลค่ารวมประมาณ 890 ล้านบาท แบ่งเป็น โครงการอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงในพื้นที่ชายขอบส่วนภาคกลาง-ใต้ และ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ มูลค่าประมาณ 450 ล้านบาท และงานติดตั้งกล้อง CCTV มูลค่าประมาณ 440 ล้านบาท
          โดยโครงการอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงในพื้นที่ชายขอบและงานติดตั้งกล้อง CCTV ดังกล่าว บริษัทคาดหวังจะได้รับ LOI ประมาณ 2 สัปดาห์จากนี้ และเริ่มทยอยรับรู้รายได้ทันทีบางส่วน ซึ่งบริษัทเข้ารับผิดชอบดำเนินงานสัดส่วนโครงการละ 60% ส่วนที่เหลืออีก 40% เข้ารับผิดชอบดำเนินงานโดยพันธมิตร
          ดังนั้นแนวโน้มผลประกอบการปี 2560 บริษัทคาดว่าจะมีรายได้เติบโต 70% ตามแผน เนื่องจากมีการปรับโครงสร้างธุรกิจ หันมารับงานภาครัฐมากขึ้น โดยปี 2560 คาดจะมีสัดส่วนรายได้จากภาครัฐ 90% จากปี 2559 ที่บริษัทมีการรับงานจากภาคเอกชนเป็นหลัก
          ทั้งนี้ล่าสุดที่ประชุมคณะกรรมการบริษัท ครั้งที่ 18/2560 เมื่อวันที่ 3 ตุลาคม 2560 มีมติอนุมัติการลงทุนในบริษัทย่อย ภายใต้ชื่อ บริษัท จีฟินน์ (ไทยแลนด์) จำกัด (จีฟินน์) โดยคาดว่าจะจดทะเบียนจัดตั้งภายในเดือนตุลาคม 2560 และเริ่มรับรู้รายได้ในปี 2560 บางส่วน
          ขณะที่บริษัทเข้าถือหุ้นในจีฟินน์สัดส่วนไม่เกิน 40% ของทุนจดทะเบียน พร้อมกับบริษัท จีฟินน์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (จีฟินน์ คอร์ปอเรชั่น) จะถือหุ้นในจีฟินน์ สัดส่วนไม่เกิน 40% ของทุนจดทะเบียน และบุคคลที่ไม่เข้าข่ายบุคคลเกี่ยวโยงกับบริษัท และไม่เป็นผู้ถือหุ้นหรือกรรมการในจีฟินน์ คอร์ปอเรชั่น จะถือหุ้นในจีฟินน์ สัดส่วนไม่เกิน 20% ของทุนจดทะเบียน
          สำหรับจีฟินน์มีทุนจดทะเบียน 20,000,000 บาท ประกอบด้วยหุ้นสามัญ 200,000 หุ้น มูลค่าหุ้นที่ตราไว้หุ้นละ 100 บาท
          เพื่อประกอบธุรกิจการค้าและพัฒนาซอฟต์แวร์ รวมทั้งให้บริการด้านคำปรึกษาด้านการบริหารจัดการ และจัดหาซอฟต์แวร์ ฮาร์ดแวร์ทางด้านเทคนิค ให้แก่ บุคคล คณะบุคคล นิติบุคคล ส่วนราชการ และองค์การของรัฐ ทั้งภายใน และภายนอกประเทศ
          นายสิทธิเดช กล่าวอีกว่า การจัดตั้งจีฟินน์ เพื่อต่อยอดธุรกิจปัจจุบันของบริษัท และขยายโอกาสทางธุรกิจในส่วนงานซอฟต์แวร์ จากปัจจุบันที่บริษัทมีฐานลูกค้าจำนวนมาก ทำให้เล็งเห็นโอกาสที่จะขยายตลาดในการเข้ารับงานระบบซอฟต์แวร์มากขึ้น สนับสนุนผลประกอบการเติบโตอย่างมั่นคงในอนาคต
          นอกจากนี้บริษัทเตรียมส่งกรรมการเข้าเป็นกรรมการในจีฟินน์ไม่น้อยกว่า 3 คน จากจำนวนกรรมการบริษัททั้งหมด 5 คน โดยขณะนี้ยังอยู่ระหว่างเตรียมแผนโครงสร้างธุรกิจ เบื้องต้นประเมินว่าปี 2561 ทางจีฟินน์ น่าจะสร้างรายได้ให้แก่บริษัทประมาณ 100 ล้านบาท ผลักดันสัดส่วนงานภาคเอกชนของบริษัทอยู่ที่ระดับ 30% และงานภาครัฐคาดจะมีสัดส่วนรายได้ 70%