THCOMคาดกำไรQ3ลดฮวบ รายได้ดาวเทียมไอพีสตาร์หด

 “ไทยคม” กำไรสุทธิไตรมาส 3/60 ส่อลดฮวบเหลือ 90 ล้านบาท หลังดาวเทียมไอพีสตาร์สูญเสียรายได้จากลูกค้าหลักทั้ง TOT และ NBN ออสเตรเลีย โบรกฯมองกำไรดีขึ้นตั้งแต่ไตรมาส 4/60 แนะนำ “ขาย” ราคาเป้าหมาย 18.70 บาท
          บริษัทหลักทรัพย์ เคจีไอ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) ประเมินว่า แนวโน้มผลการดำเนินงานของบริษัท ไทยคม จำกัด (มหาชน) หรือ THCOM ในไตรมาส 3/2560 จะมีกำไรปกติอยู่ที่ 15 ล้านบาท ลดลง 76% จากไตรมาสก่อน และลดลง 96% จากไตรมาสเดียวกันปีก่อน ขณะที่กำไรสุทธิคาดว่าจะอยู่ที่ 90 ล้านบาท ลดลง 58% จากไตรมาสก่อนที่มีกำไรสุทธิอยู่ที่ 216 ล้านบาท และลดลง 79% จากไตรมาสเดียวกันปีก่อนที่มีกำไรสุทธิอยู่ที่ 434 ล้านบาท เนื่องจากคาดว่าบริษัทจะบันทึกกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยน (ก่อนภาษี) เข้ามา 93 ล้านบาท
          ส่วนรายได้ของ THCOM ในไตรมาส 3/2560 คาดว่าจะอยู่ที่ 2,113 ล้านบาท ลดลง 9% จากไตรมาสก่อนที่มีรายได้อยู่ที่ 2,286 ล้านบาท และลดลง 26% จากไตรมาสเดียวกันปีก่อนที่มีรายได้อยู่ที่ 2,791 ล้านบาท โดยมีสาเหตุส่วนใหญ่มาจากการชะลอตัวของรายได้จากดาวเทียมสำหรับบรอดแบนด์ (ไอพีสตาร์) หลังจากเสียรายได้จากลูกค้าหลักในประเทศไทย ได้แก่ บริษัท ทีโอที จำกัด (มหาชน) หรือ TOT และโครงการ NBN ของออสเตรเลีย ขณะที่รายได้จากลูกค้าใหม่ของดาวเทียมแบบดั้งเดิมยังไม่มากพอที่จะชดเชยรายได้ที่หายไปได้
          สำหรับอัตรากำไรขั้นต้นของ THCOM ในไตรมาส 3/2560 คาดว่าจะลดลงจาก 23.1% ในไตรมาสก่อน เหลือ 20.8% ตามรายได้ที่ลดลง และคาดว่าสัดส่วนค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารต่อยอดขายจะลดลงจาก 17.7% ในไตรมาสก่อน เหลือ 17.2% เนื่องจากคาดว่าบริษัทจะพยายามคุมค่าใช้จ่าย
          อย่างไรก็ตาม คาดว่ากำไรจะดีขึ้นตั้งแต่ไตรมาส 4/2560 เป็นต้นไป จากกระแสรายได้ใหม่ๆ จากลูกค้าใหม่ของดาวเทียมไอพีสตาร์ในอินโดนีเซีย ซึ่งคาดว่าจะทำให้อัตราการใช้งานดาวเทียมไอพีสตาร์ เพิ่มขึ้น 4.7% และลูกค้าใหม่ของดาวเทียมไทยคม 8 จากประเทศในกลุ่ม CLMV รวมถึงรายได้จากการเป็นนายหน้าจัดซื้อดาวเทียมให้กับพันธมิตรในประเทศจีน นอกจากนี้คาดว่าการขายกิจการอินเตอร์เน็ตของบริษัทซีเอส ล็อกซอินโฟ จำกัด (มหาชน) หรือ CSL จะเสร็จเรียบร้อยในช่วงต้นปี 2561
          ทั้งนี้ หากกำไรสุทธิในไตรมาส 3/2560 เป็นไปตามคาดการณ์ ทำให้กำไรสุทธิในช่วง 9 เดือนแรกของปี 2560 อยู่ที่ 7,130 ล้านบาท คิดเป็นสัดส่วนแค่ 70% ของประมาณการปี 2560 ดังนั้นจึงปรับลดประมาณการกำไรสุทธิปี 2560 ลง 17% เหลือ 670 ล้านบาท ตามการปรับลดประมาณการรายได้
          นอกจากนี้ยังปรับลดประมาณการรายได้ปี 2561 ลงจากเดิมอีก 37% เพื่อสะท้อนถึงรายได้ที่หายไปจาก CSL ปีละ 3,000 ล้านบาท เนื่องจากคาดว่าจะมีการขายกิจการออกไปในปี 2561 ซึ่งจะส่งผลให้กำไรจากธุรกิจหลักชะลอตัวลง อย่างไรก็ตามกำไรสุทธิในปี 2561 จะได้แรงหนุนจากกำไรที่เกิดจากการขายกิจการ CSL ประมาณ 1,600 ล้านบาท (ก่อนภาษี) ดังนั้นจึงปรับเพิ่มประมาณการกำไรสุทธิปี 2561 ขึ้นอีก 132% เป็น 1,826 ล้านบาท
          ขณะเดียวกันหลังจากที่ปรับประมาณการใหม่ จึงปรับเพิ่มราคาเป้าหมายกลางปี 2561 จากเดิม 18.10 บาท เป็น 18.70 บาท ยังคงแนะนำ “ขาย” THCOM เนื่องจากความไม่แน่นอนเกี่ยวกับดาวเทียมที่มีอยู่ และการยิงดาวเทียมใหม่หลังจากที่สัมปทานเดิมหมดอายุในปี 2564