สามารถฯหั่นทิ้งธุรกิจ"ไอ-โมบาย"

โอดไม่ขอเป็นเอ็มวีเอ็นโอ หันทำธุรกิจดิจิทัลครบวงจร
          กรุงเทพธุรกิจ "วัฒน์ชัย"ประธาน กลุ่มสามารถฯยอมรับธุรกิจขายมือถือแบรนด์ไอ-โมบายถึงทางตัน อ้างสู้ค่ายมือถือ ดั๊มพ์ราคาสมาร์ทโฟนลดค่าแอร์ไทม์ไม่ไหว ประกาศเปลี่ยนชื่อบริษัทจากสามารถ ไอ-โมบายเป็น "สามารถ ดิจิทัล" พร้อมรุกธุรกิจดิจิทัลเต็มสูบ เปลี่ยนตัวเองตาม แนวโน้มโลก แบ่งโครงสร้างธุรกิจ 5 สายหลัก สร้างรายได้ประจำ
          นายวัฒน์ชัย วิไลลักษณ์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บมจ.สามารถคอร์ปอเรชั่น เปิดเผยว่า ธุรกิจสามารถไอ-โมบาย ที่เป็นผู้จัดจำหน่ายขายโทรศัพท์มือถือในแบรนด์ "ไอ-โมบาย" และทำตลาดมากกว่า 20 ปีนั้น ต้องยอมรับว่าดำเนินธุรกิจต่อไปไม่ได้แล้ว และหากยังไม่เปลี่ยนแปลง จะทำให้หลายบริษัทในเครือถูกผลกระทบและโดนภาวะถดถอยจากอุตสาหกรรมที่เปลี่ยนสู่ดิจิทัลอย่างเต็มตัว
          ดังนั้น ผู้บริหารและกรรมการบริษัท จึงเห็นควรให้ปรับเปลี่ยนบริษัทและตั้ง บริษัทใหม่ในชื่อ "สามารถ ดิจิทัล" โดย บริษัทใหม่ดังกล่าว  จะเน้นระบบไอทีและดิจิทัลที่ต้องใช้ดิจิทัลในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ ดังนั้นจึงต้องเป็นการเข้ามาทำธุรกิจที่เกี่ยวเนื่องกับภาครัฐตามนโยบาย 4.0 ของรัฐบาล
          "ต่อไปเราจะขายไอ-โมบายแบบลดสเกลการขายคงลดเหลือเดือนละ 20,000 เครื่อง หรือปีละแสนกว่าเครื่อง ไม่เหมือนในอดีตที่ขายได้ปีละ 4-5 ล้านเครื่อง และธุรกิจเอ็มวีเอ็นโอเราก็คงไม่ทำตลาดแล้ว เพราะไม่สามารถดั๊มพ์ราคาสู้กับ โอเปอเรเตอร์ที่ขายเครื่องเองและลดราคาค่าโปรโมชั่น"
          นายวัฒน์ชัย ระบุอีกว่า สามารถ ดิจิทัลจะแบ่งเป็น 5 สายธุรกิจ ประกอบด้วย 1.ดิจิทัล เน็ตเวิร์ค ดำเนินธุรกิจให้บริการด้านการสื่อสารผ่านระบบดิจิทัล ล่าสุดได้เซ็นสัญญาโครงการติดตั้งอุปกรณ์โครงข่ายวิทยุคมนาคมระบบดิจิทัล (ดีทีอาร์เอส ดิจิทัล ทรังค์ เรดิโอ ซิสเต็มส์) สถานีฐานจำนวน 1,000 แห่ง มูลค่ากว่า 6,000 ล้านบาท ของบมจ.กสท โทรคมนาคม โดยสามารถ ดิจิทัล จะมีรายได้จากการขายเครื่องลูกข่ายรวมถึงการทำตลาดในลักษณะ ไพรเวทเน็ตเวิร์คและการให้บริการข้อมูล ในรูปแบบดิจิทัลอย่างเต็มรูปแบบ
          โดยตั้งเป้าจากการขายเครื่องที่ 1- 1.5 แสนตัว และรายได้ที่ 3,000 ล้านบาท ภายในระยะเวลา 2-3 ปี  จากกลุ่มเป้าหมายที่เป็นองค์กรภาครัฐที่เน้นการสื่อสารทางไกล เป็นกลุ่มใหญ่ และต้องการความปลอดภัย ในการสื่อสาร นอกจากนี้ บริษัทยังมีโครงการความร่วมมือกับกสท.ในการติดตั้งเสาสัญญาณร่วมในเขตอุทยานแห่งชาติ ซึ่งจะเห็นความคืบหน้าในปลายปีนี้
          2.ดิจิทัล คอนเทนท์ ภายใต้คอนเซปต์ "ดิจิทัล ไลฟ์สไตล์" โดยคอนเทนท์ที่ได้รับความนิยม อาทิ กินดื่มเที่ยว นอกจากจะให้ข้อมูลเรื่องกินดื่มเที่ยวแล้ว
          3.ไอสปอร์ต   ที่ดำเนินธุรกิจกีฬาครบวงจร สอดรับกับเทรนด์ยุคดิจิทัล และการเข้าสู่ยุคของกีฬาและสุขภาพ นอกจากได้รับสิทธิ์ถ่ายทอดสัญญาณไทยพรีเมียร์ลีก 600 กว่าแมทช์ในแต่ละปี
          4.ซีแอสเซ็ท ธุรกิจสนับสนุนผู้ประกอบการ รายใหม่ กลุ่มสตาร์ทอัพ ที่ให้บริการขาย ฝากสินทรัพย์ออนไลน์ผ่านเว็บ และมีบริการจับคู่ทรัพย์สินกับผู้รับซื้อฝาก ผ่านระบบออนไลน์ แมชชิ่ง ซึ่งปัจจุบันได้เริ่มให้บริการแล้ว
          5.ไอโอที ดำเนินธุรกิจจำหน่ายมือถือ และแกดเจ็ทที่ตอบโจทย์ดิจิทัลด้วยคุณสมบัติเด่นทางด้านความปลอดภัย, การดูแลสุขภาพและอื่นๆ ซึ่งกลุ่มสามารถมีความชำนาญ จากบริษัทในเครือที่มีประสบการณ์ด้านนี้อย่างบริษัท วิชั่น แอนด์  ซีเคียวริตี้ ซิสเต็ม จำกัด ที่พร้อมทำงานร่วมกัน
          สำหรับเป้าหมายรายได้ของกลุ่ม สามารถฯในปีนี้ นายวัฒน์ชัย กล่าวว่า เดิม กลุ่มสามารถฯได้ประกาศเป้าหมายรายได้ ปี 2560 ที่ 20,000 ล้านบาท ทำให้เห็นทิศทางของอุตสาหกรรมและธุรกิจขาย มือถือของกลุ่มสามารถฯที่ลดลงอย่าง เห็นได้ชัด โดยกำลังหลักมาจากยอดขาย จากสามารถ เทลเลคอม 9,000 ล้านบาท กลุ่มไอ-โมบายเดิมกำหนดไว้เพียง 4,500 ล้านบาท เท่านั้น และจากผลของสภาพธุรกิจที่ผ่านมาทำให้คาดว่าสามารถ ไอ-โมบายอาจจะเหลือรายได้เพียง 3,000 ล้านบาท ลดลงกว่า 30%
          ยอมรับธุรกิจขายมือถือแบรนด์"ไอ-โมบาย"ถึงทางตัน สู้ค่ายมือถือจากการดั๊มพ์ราคาสมาร์ทโฟนลดค่าแอร์ไทม์ไม่ไหว
          วัฒน์ชัย วิไลลักษณ์