TOTโชว์เคเบิลใต้น้ำAAE-1 รองรับการใช้งานเน็ตถึง3ปี

 “ทีโอที” โชว์ศักยภาพเคเบิลใต้น้ำระหว่างประเทศ ระบบ AAE-1 ช่วยเพิ่มความจุวงจรสื่อสารระหว่างประเทศ รองรับความต้องการใช้งานอินเทอร์เน็ตใน 3 ปี นำไทยสู่ ASEAN Digital Hub ส่วนเน็ตประชารัฐ ติดตั้งแล้ว 66.29%
          ผู้สื่อข่าว รายงานว่า เมื่อวันที่ 29 ก.ย. 2560 ที่ผ่านมา พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เป็นประธานเปิดใช้งานเน็ตประชารัฐทั่วประเทศ และเปิดบริการเคเบิลใต้น้ำระหว่างประเทศ ระบบ Asia–Africa–Europe–1(AAE-1) ที่ จ.สตูล โดยมี พล.อ.อ.ประจิน จั่นตอง รองนายกรัฐมนตรี และ พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ให้เกียรติร่วมงาน
          พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า จากนี้ไปไทยได้ก้าวสู่ประเทศดิจิทัลเต็มรูปแบบ โดยการก้าวสู่การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านโทรคมนาคมทั้งภายในประเทศและระหว่างประเทศ ซึ่งจะทำให้ไทยเป็นศูนย์กลางการค้า การลงทุน และการแลกเปลี่ยนข้อมูลผ่านอินเทอร์เน็ตที่สำคัญ ด้วยโครงการเน็ตประชารัฐ ขยายอินเทอร์เน็ตความเร็วสูง 24,700 หมู่บ้าน ทั่วประเทศ และการลงทุนสร้างเคเบิลใต้น้ำระหว่างประเทศ (AAE-1) ความยาวถึง 25,000 กม.นำประเทศสู่ศูนย์กลางเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตของภูมิภาค (ASEAN Digital Hub)
          นายพิเชฐ ดุรงคเวโรจน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม หรือ ดีอี เปิดเผยว่า โครงการเน็ตประชารัฐ เป็นการขยายโครงข่ายอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงผ่านสื่อสัญญาณสายเคเบิลใยแก้วนำแสง (FTTx) ติดตั้งแล้วเสร็จ 16,375 หมู่บ้าน คิดเป็น 66.29% แบ่งเป็นภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 13,435 หมู่บ้าน  ติดตั้งแล้วเสร็จ 9,007 หมู่บ้าน ภาคเหนือ 4,398 หมู่บ้าน ติดตั้งแล้วเสร็จ 2,761 หมู่บ้าน ภาคใต้ 4,398 หมู่บ้าน ติดตั้งแล้วเสร็จ 2,287 หมู่บ้าน ภาคกลาง 2,072 หมู่บ้าน ติดตั้งแล้วเสร็จ 1,348 หมู่บ้าน ภาคตะวันออก 1,542 หมู่บ้าน ติดตั้งแล้วเสร็จ 913 หมู่บ้าน กรุงเทพฯและปริมณฑล จำนวน 81 หมู่บ้าน ติดตั้งแล้วเสร็จ 59 หมู่บ้าน
          สำหรับโครงการเคเบิลใต้น้ำระหว่างประเทศ ระบบ AAE-1เป็นความร่วมมือระหว่างประเทศ โดยบริษัท ทีโอที จำกัด (มหาชน) หรือ TOT ได้ร่วมลงทุนกับอีก 17 ประเทศ ได้แก่ ฝรั่งเศส อิตาลี กรีซ อียิปต์ ซาอุดีอาระเบีย จิบูตี เยเมน กาตาร์ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ โอมาน ปากีสถาน อินเดีย กัมพูชา เวียดนาม ฮ่องกง มาเลเซีย และสิงคโปร์ ในการก่อสร้างระบบเคเบิลใต้น้ำความจุสูงระบบแรกที่มีเส้นทางหลักผ่านไทย โดยมีแนวเส้นทางเคเบิลจากฮ่องกง พาดผ่านภาคใต้ ซึ่งมีจุดขึ้นบกที่ จ.สงขลา และเชื่อมต่อผ่านสายเคเบิลใยแก้วนำแสงภาคพื้นดิน Thailand Crossing ไปยัง จ.สตูล เชื่อมโยงไปยุโรป มูลค่าการลงทุนรวม 27,000 ล้านบาท โดยเป็นการลงทุนในไทย 1,700 ล้านบาท รองรับการใช้งานไปถึงปี 2563 ด้วยอัตราการใช้งานที่เพิ่มขึ้นสูงถึง 65% ต่อปี และคาดว่าไทยจะเป็นศูนย์กลางเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตในกลุ่ม CLMV ภายในปี 2561
          นายมนต์ชัย หนูสง กรรมการผู้จัดการใหญ่ TOT กล่าวว่า โครงการระบบ AAE-1 ใช้เทคโนโลยีล่าสุด 100 Gbps ต่อหนึ่งคลื่นนำแสง มีความจุอย่างน้อย 32-40 Tbps โดยปัจจุบันภาพรวมของโครงการดำเนินการแล้วเสร็จ 90% โดยเฟส 1 เส้นทางประเทศไทย-ยุโรป ได้เปิดใช้งานแล้ว และเส้นทางไทย-สิงคโปร์ อยู่ระหว่างการทดสอบ สำหรับเฟสที่ 2 เส้นทางไทย-ฮ่องกง จะสามารถเปิดใช้งานได้ประมาณไตรมาส 4/2560
          ทั้งนี้ ในส่วนของไทย บริษัทติดตั้งอุปกรณ์สถานีเคเบิลใต้น้ำปากบาราที่ จ.สงขลา และ จ.สตูล และดำเนินการติดตั้งเคเบิลใยแก้ว Thailand Crossing เสร็จสมบูรณ์แล้ว ซึ่งโครงการเคเบิลใต้น้ำระหว่างประเทศ ระบบ AAE-1 จะสร้างประโยชน์โดยรวมให้กับไทย โดยสามารถเพิ่มความจุวงจรสื่อสารระหว่างประเทศ ซึ่งจะสามารถรองรับความต้องการใช้งานอินเทอร์เน็ตของประเทศได้อย่างหลากหลายและเพียงพอในระยะ 2-3 ปี และความเร็วเพิ่มขึ้นถึง 3 เท่า ช่วยลดต้นทุนในการเชื่อมต่อวงจรต่างประเทศ