ITELเซ็นงาน1,868ล้าน จ่อลุยเน็ตชายขอบเฟส2

“ITEL” เซ็นงานเน็ตชายขอบ 1,868 ล้านบาท หนุนแบ็กล็อกพุ่ง 3,117 ล้านบาท พร้อมจัดทัพชิงประมูลเน็ตชายขอบ เฟส 2 มูลค่า 13,000 ล้านบาท หลังกสทช.คาดเปิดประมูลทันปีนี้ เล็งปิดดีลทำโครงข่ายเคเบิลใยแก้วที่มาเลย์ปี 61
          นายฐากร ตัณฑสิทธิ์ เลขาธิการคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) เปิดเผยว่า วานนี้ (28 ก.ย.) สำนักงาน กสทช. ได้ลงนามในสัญญาโครงการจัดให้มีสัญญาณโทรศัพท์เคลื่อนที่ และบริการอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงในพื้นที่ชายขอบ 3,920 หมู่บ้าน จำนวน 8 สัญญา วงเงินรวม 12,989.69 ล้านบาท โดยกสทช.จะให้เร่งดำเนินการจ้างบริการ เพื่อให้เปิดใช้งานได้ตามเป้าหมายภายในปี 2560
          โดยได้วางเป้าหมายให้มีบริการอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงไม่ต่ำกว่า 30 Mbps ซึ่งจะต้องให้บริการ จำนวน 15% หรือไม่น้อยกว่า 588 หมู่บ้าน ภายในเดือน ธ.ค. 2560 และภายในเดือน เม.ย. 2561 จะต้องเปิดให้บริการครอบคลุม จำนวน 2,352 หมู่บ้าน จากนั้นในช่วงเดือน ส.ค. 2561 จะต้องเปิดให้บริการครบ 100%
          ทั้งนี้ ประชาชนที่อยู่ในพื้นที่โครงการจะสามารถใช้บริการอินเทอร์เน็ตความเร็วสูง 30-10 Mbps ในราคาไม่เกิน 200 บาทต่อเดือน อีกทั้งจะมีการกำหนดมาตรการให้มีการกระจายบริการโทรคมนาคมพื้นฐานโดยทั่วถึงและบริการเพื่อสังคม (USO) แบบแพ็กเกจรุ่นเล็ก ที่ความเร็ว 15 Mbps ราคาไม่เกิน 150 บาทต่อเดือน และ USO แพ็กเกจรุ่นจิ๋ว ความเร็ว 10 Mbps ราคาไม่เกิน 100 บาทต่อเดือน ซึ่งเฉลี่ยไม่เกินเมกละ 10 บาท
          ขณะที่การให้บริการที่ไม่เสียค่าบริการเพื่อสาธารณะ ได้แก่ Wifi สาธารณะ 3,149 จุด เฉลี่ยหมู่บ้านละ 1 จุด ซึ่งจะให้บริการในหน่วยงานของภาครัฐ เช่น โรงเรียน โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพประจำตำบล รวม 1,317 แห่ง อีกทั้งมีศูนย์บริการอินเทอร์เน็ตสาธารณะ 763 ศูนย์
          สำหรับสัญญาและพื้นที่ ที่ผู้ชนะการประกวดราคาทั้งหมด 8 สัญญามีดังนี้ 1.โครงการจัดให้มีสัญญาณโทรศัพท์เคลื่อนที่ และบริการอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงในพื้นที่ชายขอบ หมู่บ้านในพื้นที่ชายขอบ (Zone C+) กลุ่มที่ 1 (ภาคเหนือ 1) ส่วนที่ 1 ให้บริการอินเทอร์เน็ตความเร็วสูง (Broadband Internet Service) โดยบริษัท ทรู อินเทอร์เน็ต คอร์ปอเรชั่น จำกัด เป็นผู้ชนะการประมูลในวงเงิน 2,812,014,000 บาท
          2.โครงการจัดให้มีสัญญาณโทรศัพท์เคลื่อนที่ และบริการอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงในพื้นที่ชายขอบ หมู่บ้านในพื้นที่ชายขอบ (Zone C+) กลุ่มที่ 2 (ภาคเหนือ 2) ส่วนที่ 1 ให้บริการอินเทอร์เน็ตความเร็วสูง (Broadband Internet Service) ซึ่งทางบริษัท ทีโอที จำกัด (มหาชน) เป็นผู้ชนะการประกวดวงเงินรวม 2,103,800,000 บาท
          3.โครงการจัดให้มีสัญญาณโทรศัพท์เคลื่อนที่ และบริการอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงในพื้นที่ชายขอบ หมู่บ้านในพื้นที่ชายขอบ (Zone C+) กลุ่มที่ 3 (ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ) ส่วนที่ 1 ให้บริการอินเทอร์เน็ตความเร็วสูง (Broadband Internet Service) โดยบริษัท ทีโอที จำกัด (มหาชน) เป็นผู้ชนะการประกวดวงเงินรวม 2,492,599,999 บาท
          4.โครงการจัดให้มีสัญญาณโทรศัพท์เคลื่อนที่ และบริการอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงในพื้นที่ชายขอบ หมู่บ้านในพื้นที่ชายขอบ (Zone C+) กลุ่มที่ 4 (ภาคกลาง-ใต้) และกลุ่มที่ 5 (3 จังหวัดชายแดนใต้ รวม 4 อำเภอใน จ.สงขลา) ส่วนที่ 1 ให้บริการอินเทอร์เน็ตความเร็วสูง (Broadband Internet Service) โดยบริษัทที่ชนะการประมูล ได้แก่ บริษัท อินเตอร์ลิ้งค์ เทเลคอม จำกัด (มหาชน) หรือ ITEL ในวงเงิน 1,868,235,000 บาท
          5.โครงการจัดให้มีสัญญาณโทรศัพท์เคลื่อนที่ และบริการอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงในพื้นที่ชายขอบ หมู่บ้านในพื้นที่ชายขอบ (Zone C+) กลุ่มที่ 1 (ภาคเหนือ1) ส่วนที่ 2 การจัดการให้มีสัญญาณโทรศัพท์เคลื่อนที่ โดยบริษัท ทีโอที จำกัด (มหาชน) เป็นผู้ชนะการประกวดราคาในวงเงิน 1,889,999,927 บาท
          6.โครงการจัดให้มีสัญญาณโทรศัพท์เคลื่อนที่ และบริการอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงในพื้นที่ชายขอบ หมู่บ้านในพื้นที่ชายขอบ (Zone C+) กลุ่มที่ 2 (ภาคเหนือ 2) ส่วนที่ 2 โดยเป็นรูปแบบการจัดให้มีสัญญาณโทรศัพท์เคลื่อนที่ (Mobile Service) ซึ่งบริษัททรู มูฟ เอช ยูนิเวอร์แซล คอมมิวนิเคชั่น จำกัด เป็นผู้ชนะการประมูลในวงเงิน 786,549,600 บาท
          7.โครงการจัดให้มีสัญญาณโทรศัพท์เคลื่อนที่ และบริการอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงในพื้นที่ชายขอบ หมู่บ้านในพื้นที่ชายขอบ (Zone C+) กลุ่มที่ 3 (ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ) ส่วนที่ 2 เป็นการจัดการให้มีสัญญาณโทรศัพท์เคลื่อนที่ (Mobile Service) บริษัททรู มูฟ เอช  ยูนิเวอร์แซล คอมมิวนิเคชั่น จำกัด เป็นผู้ชนะการประกวดราคาในวงเงิน 532,064,800 บาท
          8.โครงการจัดให้มีสัญญาณโทรศัพท์เคลื่อนที่ และบริการอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงในพื้นที่ชายขอบ หมู่บ้านในพื้นที่ชายขอบ (Zone C+) กลุ่มที่ 4 (ภาคกลาง-ใต้) และกลุ่มที่ 5 (3 จังหวัดชายแดนใต้ รวม 4 อำเภอใน จ.สงขลา) ส่วนที่ 2 โดยเป็นการจัดการให้มีสัญญาณโทรศัพท์เคลื่อนที่ (Mobile Service) ทางบริษัท กสท โทรคมนาคม จำกัด (มหาชน) เป็นผู้ที่ชนะการประกวดราคาในวงเงิน 504,423,740 บาท
          :เล็งเปิดประมูลเน็ตชายขอบเฟส 2
          นายฐากร กล่าวอีกว่า สำนักงาน กสทช.เตรียมจัดการประมูล โครงการจัดให้มีสัญญาณโทรศัพท์เคลื่อนที่ และบริการอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงในพื้นที่ชายขอบ ระยะที่ 2 วงเงินประมาณ 13,000 ล้านบาท ซึ่งคาดว่าจะจัดการประมูลได้ในช่วงที่เหลือของปี 2560 และจะสามารถลงนามในเดือน ม.ค. 2561
          โดยเบื้องต้น ขณะนี้สำนักงาน กสทช.อยู่ระหว่างรอผลการศึกษาจากมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และจากนั้นจะสามารถเข้าสู่กระบวนการประกาศเปิดประมูลในเดือน พ.ย. 2560 และจะสามารถดำเนินการตามขั้นตอนได้แล้วเสร็จในช่วงต้นปี 2561 ซึ่งผู้ที่ชนะการประมูลจะต้องเร่งดำเนินการให้บริการภายในปี 2561 เป็นต้นไป โดยโครงการระยะที่ 2 จะต้องให้บริการครอบคลุมจำนวน 14,000 หมู่บ้าน
          นอกจากนี้ ล่าสุดมีรายงานจากสภาเศรษฐกิจโลก (World Economic Forum) ระบุว่าประเทศไทยได้ถูกปรับอันดับเพิ่มขึ้นมาอยู่ที่อันดับ 32 ของโลก จากเดิมอยู่ที่อันดับ 34 ของโลก ซึ่งเป็นผลมาจากความพร้อมทางโครงสร้างพื้นฐาน และความพร้อมทางด้านเทคโนโลยี
          ทั้งนี้ ในรายงานสภาเศรษฐกิจโลก ระบุว่า ตัวชี้วัดด้านโทรคมนาคม ที่ทำให้ประเทศไทยได้รับการถูกปรับเพิ่มอันดับนั้น มาจากจำนวนผู้ใช้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ในประเทศต่อประชากรที่มีเพิ่มมากขึ้นจนเข้าสู่อันดับที่ 5 ของโลกจากเดิมอยู่ที่ 55 ของโลก อีกทั้งมีจำนวนการใช้อินทอร์เน็ตต่อจำนวนประชากรอยู่ในลำดับที่ 80 ของโลก และมีจำนวนผู้ที่ลงทะเบียนใช้อินเทอร์เน็ตต่อจำนวนประชากร อยู่ที่ 66 ของโลก
          รวมถึงมีจำนวนปริมาณการรับ และการส่งข้อมูล (Bandwidth) อยู่ในระดับที่ 75 ของโลก และมีจำนวนผู้ที่ใช้บริการอินเตอร์ต่อจำนวนประชากรอยู่ที่ 24 ของโลก จากเดิมอยู่ที่ 34 ของโลก ขณะเดียวกันในรายงายของสภาเศรษฐกิจโลก เปิดเผยถึงสาเหตุที่ทำให้ประเทศไทยมีจำนวนผู้ใช้บริการอินเทอร์เน็ต และผู้ใช้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่เพิ่มขึ้นนั้น เป็นผลจากการจัดการประมูลคลื่นความถี่ 3G และคลื่นความถี่ 4G จึงทำให้มีการเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ
          อีกทั้งรายงานของสภาเศรษฐกิจโลก ยังได้รายงานว่า ในอนาคต ภายหลังจากการเปิดให้บริการ โครงการจัดให้มีสัญญาณโทรศัพท์เคลื่อนที่ และบริการอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงในพื้นที่ชายขอบ 3,920 หมู่บ้าน และนโยบายในการพัฒนาอย่างต่อเนื่องนั้น มีโอกาสจะทำให้ประเทศไทยได้รับการปรับอันดับเพิ่มขึ้นไปได้อย่างต่อเนื่อง
          :ITEL พร้อมจัดทัพประมูลเฟส 2
          นายณัฐนัย อนันตรัมพร กรรมการผู้จัดการ ITEL เปิดเผยว่า ภายหลังจากที่ได้มีการเซ็นสัญญาโครงการจัดให้มีสัญญาณโทรศัพท์เคลื่อนที่ และบริการอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงในพื้นที่ชายขอบ 3,920 หมู่บ้าน โดยแบ่งเป็นงานในส่วนที่บริษัทได้รับ จำนวน 1,868 ล้านบาท จะทำให้ขณะนี้บริษัทมีมูลค่างานในมือที่รอส่งมอบ (Backlog) จำนวน 3,117 ล้านบาท
          ขณะเดียวกันบริษัทได้เตรียมความพร้อมที่จะเข้าร่วมประมูลโครงการอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงในพื้นที่ชายขอบ ระยะที่ 2 โดยคาดหวังว่าจะได้รับจำนวน 1 ใน 4 ของพื้นที่ ที่ทางกสทช.จะเปิดประมูล ซึ่งโครงการะยะที่ 2 ถือเป็นโครงการส่วนต่อขยายจากในโครงการแรก จึงมองว่ารูปแบบการดำเนินโครงการจะสามารถทำต่อเนื่องได้ทันที
          ทั้งนี้ บริษัทคาดในเดือน พ.ย. 2560 จะลงนามสัญญาโครงการให้บริการโครงข่ายใยแก้วนำแสงบนดิน ซึ่งเป็นการทำแบ็กอัพโครงข่ายเคเบิลใต้น้ำของบริษัท คัมปานา จำกัด ที่เชื่อมต่อประเทศเมียนมา-ไทย-สิงคโปร์ มูลค่า 600 ล้านบาท ซึ่งจะเริ่มรับรู้รายได้ในเดือน ก.พ. 2561 และทยอยรับรู้รายได้เป็นเวลา 10 ปี แบ่งเป็นปีละ 60 ล้านบาท
          นอกจากนี้บริษัทอยู่ระหว่างหาพันธมิตร เพื่อร่วมทำธุรกิจวางโครงข่ายใยแก้วนำแสงที่ประเทศมาเลเซีย โดยคาดว่าจะมีความชัดเจนในปี 2561 อีกทั้งยังได้หาโอกาสทำธุรกิจโทรคมนาคมในรูปแบบที่เมียนมา หลังจากที่เบื้องต้นได้ชะลอโครงการให้บริการเสาสื่อสาร