"SAMTEL"งานใหญ่จอเขย่ากำไรผงาด102%

 ทันหุ้น - จับตา SAMTEL มีแววโกยงานใหญ่ คาดชนะประมูลงานกรมที่ดินมูลค่า 2,600 ล้านบาท งาน Call Center แห่งชาติ หรือ 191 มูลค่า 4 พันล้านบาท ตอกย้ำงานในมือ ทะลุ 1 หมื่นล้านบาท นักวิเคราะห์ ประเมินผลงานปี 2560 กำไรโต 102% จากปีก่อน เคาะราคาเป้าหมาย 17 บาท
          แหล่งข่าวจากวงการอุตสาหกรรม เปิดเผยว่า บริษัท สามารถเทลคอม จำกัด (มหาชน) หรือ SAMTEL อยู่ระหว่างการประมูลงานมูลค่ารวมประมาณ 8,000 ล้านบาท อาทิ โครงการสำนักงานใหญ่ของธนาคารอาคารสงเคราะห์มูลค่า 1,300 ล้านบาท โครงการพัฒนาระบบสารสนเทศ (E-title deed) ของกรมที่ดิน เฟส 2 มูลค่า 2,600 ล้านบาท และการเปิดประมูล Call Center แห่งชาติ หรือ 191 มูลค่า 4,000 ล้านบาท ซึ่งคาดว่าจะรู้ผลภายในปลายเดือนกันยายนนี้ 1 โครงการ
          ทั้งนี้ บริษัทได้รับงานใหม่ในช่วงครึ่งปีแรก 2560 แล้วที่ประมาณ 3,840 ล้านบาท ส่งให้มูลค่างานในมือ ณ สิ้นไตรมาส 2/2560 อยู่ที่ 9,630 ล้านบาท ล่าสุดกิจการค้าร่วมชื่อ "เอสไอ คอนซอร์เตียม" ที่ร่วมจัดตั้งโดยบริษัท สามารถคอมมิวนิเคชัน เซอร์วิส จำกัด (SCS) ซึ่งเป็นบริษัทย่อยที่บริษัทถือหุ้นร้อยละ 99.99 และบริษัท อินฟอร์เมชัน แอนด์ คอมมิวนิเคชัน เน็ทเวิร์คส จำกัด (มหาชน) ได้ลงนามในสัญญารับจ้างรายการอุปกรณ์ขยายความจุระบบสื่อสัญญาณ Backhual ระหว่างส่วนกลางกับสถานีเคเบิลใต้น้ำ จำนวน 1 ระบบ กับบริษัท กสท โทรคมนาคม จำกัด (มหาชน) มูลค่าโครงการ 409.81 ล้านบาท (รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม)
          และในส่วนของ SCS มีมูลค่าเท่ากับ 264.06 ล้านบาท (รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม) โดยจะต้องดำเนินการส่งมอบงานเสร็จสมบูรณ์ ภายใน 180 วัน นับถัดจากวันที่ลงนามในสัญญา และมีเงื่อนไขการชำระเงินแบ่งออกเป็น 3 งวด ตามความคืบหน้าของงานที่แล้วเสร็จ
          ส่องผลงานโต 102%
          บริษัทหลักทรัพย์ ดีบีเอส วิคเคอร์ส (ประเทศไทย) จำกัด ระบุว่า ฝ่ายวิจัยยังมีความเห็นว่า SAMTEL จะมีการฟื้นตัวของผลกำไรปีนี้อย่างชัดเจน หลังปรับประมาณการครั้งนี้ อัตราการเติบโตกำไรหลักปีนี้ยังสูงถึง 347 ล้านบาท เทียบกับปี 2559 ที่ 172 ล้านบาท คิดเป็นการเติบโตก้าวกระโดดถึง 102% จากปีก่อน และนับได้ว่าฐานเปรียบเทียบปี 2559 ก็เป็นช่วงกำไรที่ต่ำ
          แม้ได้คาดว่า 3 โครงการหลักที่เกี่ยวกับบริษัทจะมีความล่าช้าออกไป ทำให้บริษัทจะมีรายได้จากปีนี้ไปเป็นปี 2561 นั่นคือ โครงการสำนักงานใหญ่ของธนาคารอาคารสงเคราะห์มูลค่า 1.3 พันล้านบาท, โครงการพัฒนาระบบสารสนเทศ (E-title deed) ของกรมที่ดิน เฟส 2 มูลค่า 2.6 พันล้านบาท และการเปิดประมูล Call Center แห่งชาติ หรือ 191 มูลค่า 4 พันล้านบาท จากเดิมไตรมาส 2/2560 เป็นไตรมาส 4/2560 ฝ่ายวิจัยจึงตัดสินใจปรับลดประมาณการปี 2560 ลง 24% แต่กลับปรับเพิ่มปี 2561 ถึง 19%
          เป้าใหม่สดใส 17 บาท
          ขณะที่คงคำแนะนำ "ซื้อ" หลังปรับประมาณการปี 2561 ดีขึ้น ตามที่กล่าวไว้ข้างต้น ราคาพื้นฐานใหม่ปรับสูงขึ้นเป็น 17.00 บาท ซึ่งประเมินด้วย P/E ปี 2561 ที่ 20.0 เท่า ราคาปิดยังมีส่วนเพิ่มที่น่าสนใจคือ 19% ด้านการได้รับงานใหม่ในงวด ครึ่งปีแรก 2560 เป็น 3.8 พันล้านบาท ส่วนการลงนามเพิ่มในงวดครึ่งปีหลัง 2560 คือโครงการพัฒนาระบบสารสนเทศ (E-title deed) ของกรมที่ดิน เฟส 2 ปลายเดือนนี้ และจะประมูลชนะงาน Call Center 191 ต่อมา และเริ่มมีรายได้ตั้งแต่กลางปี 2561 เป็นต้นไป