TRUEกำไร5.6พันล. ขายทรัพย์สินให้DIF เพิ่มทุน5.8หมื่นล้านแล้วเสร็จเดือนต.ค.นี้

 บลจ.ไทยพาณิชย์ ปรับแผนเพิ่มทุนของกองทุนรวม โครงสร้างพื้นฐานโทรคมนาคม ดิจิทัล หรือ DIF ครั้งที่ 3 วงเงิน 5.8 หมื่นล้าน แบ่งเป็นเพิ่มทุน 4.6 หมื่นล้าน ที่เหลือ 1.2 หมื่นล้านใช้เงินกู้แทน เตรียมเสนอที่ประชุมผู้ถือหน่วยเดือน ต.ค.นี้ โบรกฯ คาด TRUE รับอานิสงส์พลิกกลับมาทำกำไรปีนี้ 5.6 พันล้าน ขณะที่แนะซื้อ DIF 16.20 บาท รับยีลด์สูงขึ้นจากสินทรัพย์ใหม่ ส่วนเป้า TRUE อยู่ที่ 6.75 บาท
          บริษัทหลักทรัพย์ ดีบีเอส วิคเคอร์ส ระบุว่า ได้สอบถามไปยังผู้บริหาร บลจ.ไทยพาณิชย์ (SCBAM) กรณีการเพิ่มทุนของกองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐานโทรคมนาคม ดิจิทัล หรือ DIF เพื่อนำไปลงทุนในทรัพย์สินกิจการโครงสร้างพื้นฐานครั้งที่ 3 ว่าจะมีการใช้เงินทุน 58,000 ล้านบาท โดยแบ่งเป็นการกู้ 12,000 ล้านบาท และที่เหลืออีกประมาณ 46,000 ล้านบาท จะใช้วิธีเพิ่มทุนจากผู้ถือกองทุนเดิมฯ มีการระบุจำนวนหน่วยเพิ่มทุนแล้วคือ 4,794 ล้านหน่วย
          ส่วนการกำหนดราคาเพิ่มทุนนั้นจะใช้เวลาประมาณ เม.ย.หรือ พ.ค. 61 โดยเกณฑ์ที่บริษัทจัดการกองทุนฯ จะอ้างอิงจากราคาประเมินค่าทรัพย์สิน สภาวะตลาดเงินและตลาดทุนในช่วงที่มีการออกและเสนอขายหน่วยลงทุนใหม่ อัตราผลตอบแทนในระดับที่เหมาะสมที่นักลงทุนจะได้รับ ศักยภาพในเชิงพาณิชย์ของทรัพย์สินที่จะลงทุนเพิ่มเติม อัตราดอกเบี้ยทั้งภายในประเทศและภายนอกประเทศและผลการสำรวจความต้องการซื้อหลักทรัพย์ของนักลงทุนสถาบัน (Book Building) เป็นต้น
          บลจ.ไทยพาณิชย์ ระบุการระดมทุนเพื่อซื้อสินทรัพย์จากบริษัทย่อยของ TRUE คือ TUC, TMV และ TICC จะแบ่งเป็น 2 ครั้ง คือ ครั้งที่ 2 และครั้งที่ 3 หลังจากครั้งแรกที่มีการเข้ามาจดทะเบียนในตลาดฯ
          โดยการลงทุนในทรัพย์สินกิจการโครงสร้างพื้นฐานครั้งที่ 2 จะมีการใช้เงินทุน 14,000 ล้านบาท และทรัพย์สินที่จะเข้าซื้อนั้นน้อยกว่าครั้งที่ 3 คาดว่าการระดมทุนจะใช้วิธีการกู้เพียงอย่างเดียวและจะเกิดขึ้นก่อนภายในปีนี้
          คำแนะนำล่าสุดจากฝ่ายวิจัยฯ ที่ยังไม่รวมเรื่องการซื้อสินทรัพย์เพิ่ม เพราะต้องรอพิจารณารายละเอียดการซื้อสินทรัพย์เพิ่มโดยเฉพาะเรื่องการเพิ่มทุนคือ ซื้อ ที่ราคาพื้นฐาน 16.20 บาท เนื่องจากกองทุนฯมีรายได้สม่ำเสมอจากค่าเช่า และจ่ายปันผลได้สูง คาดการณ์อัตราผลตอบแทนปันผลปี 60 และปี 61 เป็น 7.0% และ 7.2% ตามลำดับ
          โดยในระยะสั้นคาดว่ากองทุนฯจะได้ประโยชน์จากการซื้อสินทรัพย์ครั้งที่ 2 โดยยังไม่เพิ่มทุน กู้อย่างเดียว คือมีกำไรจากการบริหารสินทรัพย์เพิ่ม และผลตอบแทนสูงกว่าดอกเบี้ยจ่าย ส่วนในระยะยาว การมีสินทรัพย์เพิ่มในการซื้อจนครบครั้งที่ 3 ย่อมจะนำมาซึ่งกำไรและปันผลเพิ่ม แต่จะมี dilution effect จากการเพิ่มทุนเกิดขึ้น
          บล.กสิกรไทย เพิ่มประมาณการ TRUE ปรับเพิ่มราคาเป้าหมายกลางปี 2561 ขึ้นเป็น 6.75 บาท (จาก 6.20 บาท) จากการรวมปัจจัยบวกจากการขายสินทรัพย์เข้ากอง DIF ที่ 0.55 บาทต่อหุ้นก็ตาม
          ทั้งนี้จากการขายสินทรัพย์มูลค่า 6.85 หมื่นล้านบาทเข้า DIF ในครั้งนี้ คาดว่า TRUE จะรับรู้กำไรที่เกิดขึ้นเพียงแค่ครั้งเดียวในปี 2560-2561 ที่จำนวน 5.6 พันล้านบาท และ 2.55 หมื่นล้านบาท ซึ่งจะทำให้กำไรสุทธิพลิกกลับมาเป็นบวกในช่วง 2 ปีนี้ และไม่ต้องขออนุมัติเรื่องการขายทรัพย์สินดังกล่าวจากผู้ถือหุ้น ประเด็นต่อไปที่ควรจับตามองน่าจะเป็นเรื่องการประชุมของผู้ถือหุ้นในกอง DIF เพื่ออนุมัติการลงทุนและการเพิ่มทุน