ALTเร่งเครื่องลุย นำสายสื่อสารลงดิน ดันผลงานเติบโต

ทันหุ้น - 'ALT' ใส่เกียร์ลุยนำสายสื่อสารลงดิน โครงการสุขุมวิท ระยะทาง 25 กิโลเมตร คาดแล้วเสร็จภายในปี 2560 บอส "ปรีญาภรณ์ ตั้งเผ่าศักดิ์" หวังดันผลงานจากธุรกิจให้เช่าเติบโตต่อเนื่องในอนาคต
          นางปรีญาภรณ์ ตั้งเผ่าศักดิ์ กรรมการ ผู้อำนวยการ บริษัท เอแอลที เทเลคอม จำกัด (มหาชน) หรือ ALT ประกอบธุรกิจโทรคมนาคมแบบครบวงจร เปิดเผยว่า ความคืบหน้าโครงการนำสายสื่อสารลงใต้ดินในโครงการพญาไท ระยะทาง 8 กิโลเมตร ตั้งแต่ พหลโยธินซอย 1 ถึง สะพานหัวช้างได้ดำเนินการแล้วเสร็จเรียบร้อยแล้ว ซึ่งปัจจุบันอยู่ระหว่างดำเนินโครงการสุขุมวิท เฟสต่อเนื่อง ซึ่งจะเริ่มตั้งแต่ซอยสุขุมวิท 1 ถึงซอยสุขุมวิท 81 คาดว่าจะแล้วเสร็จภายในเดือนตุลาคม 2560 นี้ และบริษัทเตรียมพร้อมเดินหน้านำสายสื่อสารลงดินในโครงการตามแผนการนำสายไฟฟ้าลงใต้ดินของการไฟฟ้านครหลวง เป็นเฟสถัดไป
          โดยบริษัทมีวัตถุประสงค์หลักที่จะช่วยผู้ประกอบการในธุรกิจสื่อสารโทรคมนาคมประหยัดงบลงทุนในการนำสายสื่อสารลงดินด้วยตนเอง อีกทั้งความจุของจำนวนเส้นใยแก้วนำแสงมีจำนวนมากขึ้นเมื่อเทียบกับการใช้เทคโนโลยีแบบเดิม ทำให้สามารถรองรับความต้องการของ ผู้ประกอบการทุกราย ซึ่งบริษัทเปิดให้เช่าทั้งในรูปแบบ MICRODUCT ขนาดความจุมีทั้งแบบ 72 Cores และแบบ 144 Cores และแบบ DARK FIBER (AIR-BLOWN FIBER) อีกด้วย
          "เราได้ดำเนินการนำสายสื่อสารลงดินในเส้นพหลโยธิน, ประดิพัทธ์ และพญาไท รวมระยะทาง 30.40 กม. และอยู่ระหว่างนำสายสื่อสารลงดินในเส้นสุขุมวิทอีกประมาณ 25 กิโลเมตร ซึ่งคาดว่าจะแล้วเสร็จภายในปี 2560 ขณะเดียวกันได้มีผู้ประกอบการด้านโทรคมนาคมติดต่อเข้ามาเพื่อเช่าบริการแล้วจำนวน 2 รายและอยู่ระหว่างเจรจาอีกจำนวนหลายราย ทำให้เราเชื่อมั่นว่าจะเป็นอีกปัจจัยที่ช่วยสนับสนุนผลการดำเนินงานของบริษัทให้เติบโตอย่างต่อเนื่องและมั่นคงในอนาคต" นางปรีญาภรณ์กล่าว
          อย่างไรก็ดี โครงการนำสายสื่อสารลงดินถือเป็นอีกโครงการหนึ่งที่ช่วยสนับสนุนแผนยุทธศาสตร์ของบริษัท โดยการมุ่งเน้นเพิ่มสัดส่วนรายได้หรือผลกำไรของกิจการในธุรกิจที่มีรายได้ต่อเนื่อง คือ ลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานด้านโทรคมนาคมเพื่อให้เช่า ทั้ง โครงการที่ลงทุนเองโดยตรงและลงทุนผ่านบริษัทร่วมทุนหรือกิจการร่วมค้า โดยมีเป้าหมายที่จะเพิ่มสัดส่วนของโครงสร้างกำไรจากธุรกิจที่มีรายได้ต่อเนื่องเป็นครึ่งหนึ่งของผลกำไรรวมภายใน 5 ปี คือปี 2563 และแสดงให้เห็นว่าบริษัทเดินหน้าตามแผนงานที่ตั้งเป้าหมายไว้อย่างมั่นคง เช่น ตั๋วแลกเงินระยะสั้น วงเงินจากธนาคารพาณิชย์ทั้งระยะสั้น และ ระยะยาว