DIFขายหน่วย12บาท เพิ่มขนาดกองทุนแสนล.

กองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐานโทรคมนาคม ดิจิทัล เตรียมขอที่ประชุมผู้ถือหน่วยลงทุนเพิ่มทุนอีก 4.79 หมื่นล้านบาท เพิ่มขนาดกองทุนเป็น 1 แสนล้านบาท เพื่อนำไปซื้อทรัพย์สินกิจการโครงสร้างพื้นฐานจากทรู คาดขายหน่วยละประมาณ 12 บาท  ต่ำกว่าราคากระดาน
          นางสาวพิจิตตรา ไตรรัตนธาดา ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ กลุ่มการลงทุนอสังหาริมทรัพย์และโครงสร้างพื้นฐาน บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุนไทยพาณิชย์ ในฐานะบริษัทจัดการของกองทุนรวม โครงสร้างพื้นฐานโทรคมนาคม ดิจิทัล หรือ DIF  ขอแจ้งมติที่ประชุมคณะกรรมการลงทุนกองทุนรวม  โดยเสนอให้ที่ประชุมผู้ถือหน่วยลงทุนพิจารณาอนุมัติการเพิ่มทุนของกองทุนฯ เพื่อรองรับการเข้าลงทุนของกองทุนฯ ในทรัพย์สินกิจการโครงสร้างพื้นฐานเพิ่มเติมครั้งที่ 3
          อนึ่ง ผู้สื่อข่าวรายงานว่า มูลค่าการลงทุนสำหรับการลงทุนในทรัพย์สินกิจการโครงสร้างพื้นฐานเพิ่มเติมครั้งที่ 3 นี้ จะมีมูลค่ารวมทั้งสิ้นไม่เกิน 58,000 ล้านบาท เสนอขายหน่วยลงทุนใหม่ในจำนวนไม่เกิน 4,794,000,000 หน่วย (เฉลี่ยที่ราคา 12 บาทต่อหน่วย) ขณะที่ราคาในกระดานวานนี้ (20 ก.ย.) ปิดที่ 14.40 บาท
          ทั้งนี้กองทุนรวม โครงสร้างพื้นฐานโทรคมนาคม ดิจิทัล หรือ DIF  ขายไอพีโอครั้งแรกที่ราคาหน่วยละ 10 บาท เมื่อวันที่ 27 ธันวาคม 2556 ราคาปรับเพิ่มขึ้นมา 30.5% เมื่อเทียบกับราคาปัจจุบัน
          นางสาวพิจิตตรา กล่าวเพิ่มเติมว่า คณะกรรมการลงทุนเห็นควรเสนอให้ที่ประชุมผู้ถือหน่วยลงทุนพิจารณาอนุมัติการเพิ่มทุนของกองทุนฯ จำนวนรวมไม่เกิน 47,940 ล้านบาท จากเดิมทุนจดทะเบียน 58,080 ล้านบาท มูลค่าที่ตราไว้หน่วยละ 10 บาท รวม เป็นทุนจดทะเบียนจำนวนไม่เกิน 106,020 ล้านบาท โดยการออกและเสนอขายหน่วยลงทุนใหม่ในจำนวนไม่เกิน 4,794,000,000 หน่วย ให้แก่ผู้ถือหน่วยลงทุนเดิมที่มีรายชื่อปรากฏในสมุดทะเบียนผู้ถือหน่วยลงทุนตามสัดส่วนการถือหน่วยลงทุน (Rights Offering) หรือเสนอขายแก่ประชาชนทั่วไปเฉพาะกลุ่มซึ่งเป็นผู้ถือหน่วยลงทุนเดิม (Preferential Public Offering) และ/หรือ ให้แก่บุคคลในวงจำกัด (Private Placement) และ/หรือ ต่อประชาชนทั่วไป (Public Offering)
          โดยจะแบ่งการจัดสรรดังกล่าวให้แก่ผู้จองซื้อพิเศษ และ/หรือ ให้แก่ผู้ลงทุนหลักโดยเฉพาะเจาะจง (Cornerstone Investor) และ/หรือ ให้แก่ผู้รับซื้อหลักทรัพย์เบื้องต้นในต่างประเทศ (Initial Purchaser) และ/หรือ ต่อนักลงทุนประเภทอื่นใด ทั้งในประเทศ และ/หรือต่างประเทศ โดยอาจแบ่งการจัดสรรหน่วยลงทุนใหม่ดังกล่าวให้แก่นักลงทุนโดยเฉพาะเจาะจงซึ่งได้แก่ทรูด้วย
          ทั้งนี้อาจจะเป็นการเสนอขายครั้งเดียวเต็มจำนวน โดยมีการแบ่งการจัดสรรให้แก่บุคคลแต่ละประเภทดังกล่าวเป็นจำนวนเท่าใดก็ได้ หรืออาจจะแบ่งการเสนอขายออกเป็นหลายครั้ง โดยในแต่ละครั้งจะมีการแบ่งการจัดสรรให้แก่บุคคลแต่ละประเภทดังกล่าวเป็นจำนวนเท่าใดก็ได้ โดยรายละเอียดและวิธีการจัดสรร วัน และเวลาการจัดสรร รวมทั้งการกำหนดราคาเสนอขายหน่วยลงทุนใหม่ และวันกำหนดรายชื่อผู้ถือหน่วยลงทุนที่มีสิทธิในการจองซื้อหน่วยลงทุนใหม่ (Record Date) และวันปิดสมุดทะเบียนพักการโอนหน่วยลงทุนเพื่อกำหนดสิทธิของผู้ถือหน่วยลงทุนในการจองซื้อหน่วยลงทุนใหม่ (Book Closing Date) จะเป็นไปตามที่บริษัทจัดการ จะพิจารณาเห็นสมควร ภายใต้กฎเกณฑ์ที่เกี่ยวข้องของสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์
          สำหรับทรัพย์สินกิจการโครงสร้างพื้นฐานเพิ่มเติมที่คาดว่ากองทุนฯจะเข้าลงทุนในครั้ง ประกอบด้วย 1.กรรมสิทธิ์ในเสาโทรคมนาคมของ TUC จำนวนรวมประมาณ 2,589 เสา โดยจะได้รับการส่งมอบเมื่อเสาโทรคมนาคมดังกล่าวก่อสร้างแล้วเสร็จและพร้อมใช้งานครบจำนวนภายในปี 2561
          2.กรรมสิทธิ์ใน FOC ซึ่งในปัจจุบันใช้ในธุรกิจให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ในเขตพื้นที่ต่างจังหวัด รวมระยะทางประมาณ 8,017 กิโลเมตร (หรือประมาณ 252,006 คอร์กิโลเมตร) จาก TUC
          3.กรรมสิทธิ์ใน FOC หลัก ซึ่งในปัจจุบันใช้ในธุรกิจให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่และอินเทอร์เน็ต ในเขตกรุงเทพมหานครและปริมณฑล รวมระยะทางประมาณ 546 กิโลเมตร (หรือประมาณ 117,871 คอร์กิโลเมตร) จาก TMV
          4.กรรมสทิธิ์ใน FOC ซึ่งในปัจจุบันใช้รองรับเทคโนโลยีระบบ FTTx ในธุรกิจให้บริการอินเทอร์เน็ต และบรอดแบนด์อินเทอร์เน็ตในเขตพื้นที่ต่างจังหวัด รวมระยะทางประมาณ 5,933 กิโลเมตร (หรือประมาณ 220,428 คอร์กิโลเมตร) จาก TMV
          5.สิทธิการเช่าระยะยาวประมาณ 30 ปีใน FOC ซึ่งในปัจจุบันใช้รองรับเทคโนโลยีระบบ FTTx ในธุรกิจให้บริการอินเทอร์เน็ตและบรอดแบนด์อินเทอร์เน็ตในเขตกรุงเทพมหานครและปริมณฑล รวมระยะทางประมาณ 12,872 กิโลเมตร (หรือประมาณ 619,986 คอร์กิโลเมตร) จาก TICC โดยกองทุนฯ มีสิทธิในการซื้อ FOC ดังกล่าวเมื่อครบกำหนดอายุการเช่าระยะยาวเมื่อเป็นไปตามเงื่อนไขที่จะได้กำหนดในสัญญาเช่าทรัพย์สินระยะยาว โดยมีราคาในการใช้สิทธิ (Exercise Price) เพื่อซื้อกรรมสิทธิ์ในทรัพย์สินดังกล่าวเท่ากับ 1,300 ล้านบาท
          โดยเมื่อดำเนินการเข้าลงทุนแล้วเสร็จ กองทุนฯ จะนำทรัพย์สินกิจการโครงสร้างพื้นฐานเพิ่มเติมครั้งที่ 3 ดังกล่าวออกให้ TUC และ TICC เช่ากลับและเช่าช่วงกลับ