กสทช.เซ็นเน็ตชายขอบก.ย.นี้ คาดเริ่มเปิดบริการ 15% ปลาย ธ.ค. 60

บอร์ด “กสทช.” มีมติเห็นชอบลงนามเน็ตชายขอบ 3,920 หมู่บ้าน ภายในเดือน ก.ย.นี้ ล่าช้า 1 เดือน คาดว่าเริ่มเปิดบริการปลายเดือน ธ.ค. 60 และอนุมัติ Network Code ให้ MCOT ทำเพย์ทีวี จ่อเลือกประธาน กสทช.คนใหม่ 26 ก.ย.นี้
          นายฐากร ตัณฑสิทธิ์ เลขาธิการคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) เปิดเผยภายหลังการประชุมคณะกรรมการ กสทช.เมื่อวันที่ 20 ก.ย. 2560 ที่ผ่านมาว่า ที่ประชุมมีมติอนุมัติผ่านโครงการจัดให้มีบริการอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงและสัญญาณโทรศัพท์เคลื่อนที่ในพื้นที่ชายขอบ 3,920 หมู่บ้าน และมอบหมายให้สำนักงาน กสทช.เร่งดำเนินการจ้างบริการโครงการดังกล่าว จำนวน 8 สัญญา ภายใต้กรอบวงเงินรวม 12,989.69 ล้านบาท โดยคาดว่าจะลงนามในสัญญาได้ภายในเดือน ก.ย. 2560
          ทั้งนี้ที่ประชุม กสทช.ย้ำเรื่องอัตราค่าบริการเมื่อเปิดใช้บริการต้องเป็นไปตามที่ได้ประกาศไว้กับประชาชน โดย 30 Mbps ราคาไม่เกิน 200 บาท/เดือน/ครัวเรือน สำหรับการเปิดให้บริการจะล่าช้ากว่ากำหนดเดิม 1 เดือน โดยสามารถเปิดให้บริการเบื้องต้น 15% ของโครงการทั้งหมดในช่วงปลายเดือน ธ.ค. 2560 และจะสามารถเปิดให้บริการได้ครบ 60% ได้ในเดือน เม.ย. 2561 จากนั้นจะครบ 100% ในเดือน ส.ค. 2561
          อีกทั้งที่ประชุม กสทช.อนุมัติเลขหมายรหัสโครงข่าย (Network Code) ให้แก่ บริษัท อสมท จำกัด (มหาชน) หรือ MCOT โดยกำหนดเงื่อนไขการให้ใช้สำหรับการประกอบกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ สำหรับการให้บริการโทรทัศน์ระบบบอกรับสมาชิกบนโครงข่ายกระจายเสียงและโทรทัศน์ตามที่ได้รับอนุญาตเท่านั้น และให้ใช้สำหรับคลื่นความถี่ตามที่ กสทช. ให้ความเห็นชอบในการใช้งานภายใต้สิทธิ์ที่มีอยู่เดิมโดยชอบด้วยกฎหมายเท่านั้น และจะต้องใช้คลื่นความถี่ประกอบกิจการด้วยตนเอง จะมอบการบริหารจัดการทั้งหมดหรือบางส่วน หรือยินยอมให้บุคคลอื่นเป็นผู้มีอำนาจใช้งานคลื่นความถี่ดังกล่าวแทนไม่ได้
          ขณะที่ในวันที่ 26 ก.ย.นี้ เวลา 14.00 น. จะมีการประชุมเพื่อเลือกประธาน กสทช.คนใหม่ เนื่องจาก พล.อ.อ.ธเรศ ปุณศรี จะเกษียณอายุ 70 ปี ในตำแหน่งประธานกรรมการ กสทช.วันที่ 5 ต.ค. 2560 หลังจากได้ประธาน กสทช.คนใหม่แล้วจะส่งชื่อไปให้ประธาน สภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ส่งต่อไปยังนายกรัฐมนตรี พิจารณา
          นอกจากนี้มีหนังสือร้องเรียนเข้ามาที่สำนักงาน กสทช.กรณีของการให้บริการ ไลน์โมบาย (Line Mobile) มีสถานะที่ไม่ชัดเจนว่าเป็นการให้บริการเอง หรือให้บริการภายใต้บริษัท ดีแทค ไตรเน็ต จำกัด หรือ DTN ซึ่งเป็นบริษัทในเครือ บริษัท โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ DTAC
          โดยหากเป็นการให้บริการเองนั้น จะต้องมีการขอใบอนุญาตจากสำนักงานให้ถูกต้อง แต่หากเป็นไปตามที่เคยมาชี้แจงก่อนหน้านี้ว่าเป็นเพียงแพ็กเกจการทำตลาดภายใต้ DTN ที่ใช้ชื่อของไลน์โมบายเท่านั้น ก็ต้องเข้ามาชี้แจงอีกครั้งให้เกิดความชัดเจนในการธุรกิจ ซึ่ง กสทช.ได้ตั้งคณะกรรมการเพื่อตรวจสอบเรื่องนี้ โดยได้จัดส่งหนังสือแจ้งไปที่ไลน์โมบายให้เข้ามาชี้แจง
          อย่างไรก็ตาม การพิจารณาต่างๆ จะยึดบนหลักการ 3 ส่วน คือ 1.สำนักงานต้องทำหน้าที่คุ้มครองผลประโยชน์ของประชาชน 2.สำนักงานต้องทำหน้าที่คุ้มครองผลประโยชน์ของรัฐ และ 3.ต้องสร้างการแข่งขันที่เท่าเทียมกันในตลาดให้เกิดขึ้น