สบช่องยีลด์พันธบัตรร่วง แนะเก็บกองอสังหาฯ-รีท-อินฟราฯ

 จับจังหวะผลตอบแทนพันธบัตรลดลง ให้เลือกเก็บพร็อพเพอร์ตี้-รีท-ฟันด์ โบรกฯ ชู CPNRF-JASIF-DIF และ WHART
          ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สมาคมตลาดตราสารหนี้ไทย เปิดเผยข้อมูลจนถึง 13 ก.ย. 60 ว่า อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาล 1 ปีอยู่ที่ 1.43% ในขณะที่อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาล 5 ปีอยู่ที่ 1.76% ในขณะที่อัตราผลตอบแทน หรือยีลด์ ระดับดังกล่าวอยู่ในทิศทางที่ลดลงเมื่อเทียบจากสิ้นปีก่อน โดยในส่วนของอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลอายุ 1 ปีลดลงจากสิ้นปี 59 ที่อยู่ระดับ 1.53% ขณะที่อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลอายุ 5 ปีลดลงเมื่อเทียบกับอัตราผลตอบแทนในช่วงสิ้นปี 59 ที่ 2.17%
          บล.ดีบีเอส วิคเคอร์ส แนะนำ ซื้อ กองทุนรวมสิทธิการเช่าอสังหาริมทรัพย์ CPN รีเทล โกรท หรือ CPNRF ราคาพื้นฐาน 21.60 บาท แม้ราคาของ CPNRF จะดีขึ้นบ้างแล้ว แต่ยังคาดการณ์อัตราผลตอบแทนปันผลปี 61 จะอยู่ในเกณฑ์สูง 8.3%เปิดโอกาสให้นักลงทุนที่ชอบหุ้นปันผลสูง เก็บไปเป็นตัวเลือกที่ดีได้
          ด้าน บล.ธนชาต แนะนำซื้อ รีท รวมถึงกองทุนโครงสร้างพื้นฐานอีกหลายกองทุน พร้อมกับการขยับราคาเป้าหมายของกองทุนที่แนะนำด้วย ได้แก่ กองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐานบรอดแบนด์อินเทอร์เน็ต จัสมิน หรือ JASIFโดยปรับราคาเป้าหมายจาก 11.90 บาท เป็น 12.50 บาท ตามการปรับประมาณการกำไรปี 61 เพิ่มขึ้นเล็กน้อย หลังผลการดำเนินงานครึ่งปีแรกที่ออกมาตามคาด
          สำหรับประเด็นที่น่าสนใจของ JASIF คือ สปอนเซอร์ของกองทุนอย่าง JAS มีเป้าหมายที่จะขายสินทรัพย์เข้า JASIF เพิ่มเติมในต้นปีหน้า แต่เนื่องจากดีลนี้ยังไม่มีรายละเอียดและข้อสรุป ทางโบรกเกอร์รายนี้จึงยังไม่รวมสินทรัพย์ใหม่นี้เข้ารวมในประมาณการ
          กองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐานโทรคมนาคม ดิจิทัล หรือ DIF ปรับมาใช้ประมาณการปี 61 เป็นปีฐาน ราคาเป้าหมายของจึงเพิ่มขึ้น 2% เป็น 16.70 บาท ด้วยการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยชะลอออกไป DIF จึงยังคงน่าสนใจ
          1.สินทรัพย์อ้างอิงของ DIF เพราะส่วนใหญ่เป็นโครงสร้างพื้นฐานของอุตสาหกรรมโทรคมนาคมในประเทศที่กำลังเติบโต
          2.DIF ยังคงให้อัตราผลตอบแทนจากเงินปันผลที่น่าสนใจที่ 7% ซึ่งสูงกว่าค่าเฉลี่ยของกองทุนอื่นที่เราทำบทวิเคราะห์
          3.นอกจาก DTAC แล้ว เรายังเห็นศักยภาพในการเติบโตที่ดีจากผู้เช่าที่เป็นบุคคลที่สามอีกด้วย
          4.มีโอกาสที่จะเติบโตมากกว่าปกติของอุตสาหการม เนื่องจาก DIF ยังคงต้องการซื้อสินทรัพย์โทรคมนาคมเข้ามาเพิ่มเติม และกองทุนเปิดกว้างเพื่อลงทุนในสินทรัพย์โครงสร้างพื้นฐานด้านโทรคมนาคมทั้งหมด แต่ด้วยกลยุทธ์การลงทุนที่หนักหน่วงและกลยุทธ์ asset-light strategy ของ TRUE เราจึงเชื่อว่าเป้าหมายที่น่าจะเป็นมากที่สุดคือ เสา 2G 7500 เสา และ fiber-to-home network ของ TRUE มูลค่ารวมประมาณ 40-50 พันล้านบาท แต่อย่างไรก็ตามเนื่องจากยังไม่มีกรอบเวลาที่ชัดเจน จึงยังไม่รวมในประมาณการได้
          ทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์และสิทธิการเช่าดับบลิวเอชเอ พรีเมี่ยม โกรท หรือ WHART ซึ่งปรับคำแนะนำจากถือ เป็นซื้อ ด้วยราคาเป้าหมายใหม่ 11.50 บาท จากการปรับ EPS ปี 61-62 ขึ้น 5-8% เพื่อสะท้อนการเข้าซื้อกอง WHAPF ด้วยการแลกหุ้น และการขายสินทรัพย์จาก WHA เข้ากองทุนเพิ่มเติม ซึ่งประเด็นนี้ นักวิเคราะห์มองว่าเป็นการเพิ่มยีลด์ให้สูงขึ้น และคาดว่า WHART จะให้ดิวิเดนด์ยีลด์ที่ 7-8% ในปีนี้และปีหน้า ขณะเดียวกันคาดว่าจะให้ IRR สูงถึง 8.8%