TRUEขายสินทรัพย์เข้าDIF มูลค่า6.5-7.2หมื่นล้าน

บอร์ด TRUE ไฟเขียวให้บริษัทย่อยขายทรัพย์สินและรายได้เข้า DIF มูลค่ารวมค่าตอบแทน 65,000-72,000 ล้านบาท คาดว่าภายในปี 60-61 นำเงินชำระหนี้ ลงทุนในอุปกรณ์เครือข่าย และจองซื้อหน่วยลงทุนออกใหม่ของ DIF
          นายวิลเลี่ยม แฮริส หัวหน้าคณะผู้บริหารด้านการเงิน บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ TRUE เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะกรรมการบริษัท (บอร์ด) เมื่อวันที่ 15 ก.ย. 2560 ที่ผ่านมา มีมติเห็นชอบและอนุมัติการเข้าทำธุรกรรมระหว่างบริษัทย่อยของบริษัท และบริษัท กับกองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐานโทรคมนาคม ดิจิทัล หรือ DIF
          โดยเห็นชอบให้บริษัทย่อยของบริษัท ได้แก่ บริษัท เอเชีย ไวร์เลส คอมมิวนิเคชั่น จำกัด หรือ AWC บริษัท ทรู มูฟ เอช ยูนิเวอร์แซล คอมมิวนิเคชั่น จำกัด หรือ TUC บริษัท ทรู มูฟ จำกัด หรือ TMV และ บริษัท ทรูอินเทอร์เน็ต คอร์ปอเรชั่น จำกัด หรือ TICC เข้าทำรายการการจำหน่ายไปซึ่งสินทรัพย์โดยการขายและโอนทรัพย์สินรายได้จากทรัพย์สิน และการให้สิทธิในการเช่า อย่างใดอย่างหนึ่ง หรือหลายอย่างรวมกันในทรัพย์สินบางรายการของบริษัทย่อยของบริษัทดังกล่าว กับ DIF โดยมีมูลค่ารวมของค่าตอบแทนไม่น้อยกว่า 65,000 ล้านบาท แต่ไม่เกิน 72,000 ล้านบาท ทั้งนี้ ในการดำเนินการตามธุรกรรมขายทรัพย์สินและรายได้โดยบริษัทย่อยของบริษัทดังกล่าว จะต้องได้รับการอนุมัติจากคณะกรรมการของบริษัทย่อยนั้นๆ ก่อน
          และเห็นชอบให้บริษัทย่อยของบริษัท ได้แก่ TUC และ TICC เช่า (Lease) และเช่าช่วง (Sub-Lease) อย่างใดอย่างหนึ่งหรือ 2 อย่าง จาก DIF ในทรัพย์สินบางรายการเพื่อใช้ทรัพย์สินดังกล่าวในการดำเนินธุรกิจต่อไป โดยธุรกรรมดังกล่าวจะมีมูลค่าไม่เกิน 94,300 ล้านบาท
          รวมทั้งเห็นชอบให้บริษัทย่อยของบริษัท ซึ่งรวมถึง TUC และ TICC ขยายระยะเวลาการเช่าทรัพย์สินของ DIF ในปัจจุบันกับ DIF ไปจนถึงวันที่ 15 ก.ย. 2576 และวันที่ 31 ธ.ค. 2564 สำหรับอุปกรณ์โทรคมนาคมประเภท Active บางรายการ ภายใต้ข้อตกลงที่คล้ายคลึงกับข้อตกลงการเช่าเดิม และทำหนังสือข้อตกลงเพื่อเช่าทรัพย์สินในอนาคต (Letter of Agreement) ซึ่งปัจจุบันเป็นไปตามโครงการขายรายได้ที่เกี่ยวกับทรัพย์สิน โดยธุรกรรมดังกล่าวจะมีมูลค่ารวมกันไม่เกิน 55,200 ล้านบาท
          นอกจากนี้ อนุมัติให้บริษัทจองซื้อหน่วยลงทุนที่ออกใหม่ของกองทุน ซึ่งเมื่อรวมกับหน่วยลงทุนที่บริษัทถืออยู่ในปัจจุบัน จะเป็นจำนวนตั้งแต่ 28.11-33.33% ของจำนวนหน่วยลงทุนทั้งหมดของกองทุนที่ออกจำหน่ายบนสมมติฐานจากการพิจารณาผลกระทบที่คาดว่าจะเกิดขึ้นจากการเสนอขายหน่วยลงทุนที่ออกใหม่ทั้งหมดต่อผู้ถือหน่วยลงทุนตามสัดส่วนการถือหน่วยลงทุน (Fully Diluted Basis) ทั้งนี้ ขนาดของรายการธุรกรรมจองซื้อหน่วยลงทุนจะมีมูลค่าระหว่าง 11,200-24,000 ล้านบาท
          ทั้งนี้ ในการดำเนินการตามธุรกรรมเช่า ธุรกรรมการขยายระยะเวลาการเช่า และธุรกรรมตามหนังสือข้อตกลง โดยบริษัทย่อยของบริษัทดังกล่าว จะต้องได้รับอนุมัติจากคณะกรรมของบริษัทย่อยนั้นๆ ก่อน
          สำหรับทรัพย์สินที่ขายเข้า DIF ได้แก่ เสาโทรคมนาคม 2,939 ต้น แบ่งเป็นปี 2560 จำนวน 350 ต้น และปี 2561จำนวน 2,589 ต้น รวมทั้งระบบใยแก้วนำแสง (Fiber Optic Cable หรือ FOC) แบ่งเป็น ระบบใยแก้วนำแสงสำหรับใช้ในธุรกิจให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ในเขตพื้นที่ต่างจังหวัด ระยะทางประมาณ 9,130 กิโลเมตร (314,600 คอร์กิโลเมตร) ระบบใยแก้วนำแสงหลักสำหรับใช้ในธุรกิจให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่และอินเทอร์เน็ตในเขตกรุงเทพมหานคร และปริมณฑล ระยะทางประมาณ 1,088 กิโลเมตร (235,018 คอร์กิโลเมตร) และระบบใยแก้วนำแสงในระบบ FTTx สำหรับใช้ในธุรกิจให้บริการอินเทอร์เน็ตและบรอดแบนด์อินเทอร์เน็ตในเขตต่างจังหวัด ระยะทางประมาณ 5,933 กิโลเมตร (220,428 คอร์กิโลเมตร)
          ขณะเดียวกัน บริษัทคาดว่าธุรกรรมขายทรัพย์สินและรายได้ จะเกิดขึ้นในปี 2560-2561 ธุรกรรมเช่า จะเกิดขึ้นในปี 2560-2561 ธุรกรรมการขยายระยะเวลาการเช่าและธุรกรรมตามหนังสือข้อตกลง จะเกิดขึ้นในปี 2561 และธุรกรรมจองซื้อหน่วยลงทุน จะเกิดขึ้นภายในปี 2561
          ขณะที่บริษัท และบริษัทย่อยของบริษัทจะนำเงินที่ได้จากธุรกรรมขายทรัพย์สินและรายได้ ไปใช้ในวัตถุประสงค์ทั่วไปของบริษัท ซึ่งรวมถึงการลงทุนในอุปกรณ์เครือข่าย และชำระหนี้สินบางส่วน ซึ่งรวมถึงเงินกู้ที่บริษัท และบริษัทย่อยของบริษัทกู้ยืมมาจากสถาบันการเงิน ซึ่งจะช่วยปรับโครงสร้างเงินทุนของบริษัท ให้มีการเปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดีขึ้นอย่างมีนัยสำคัญอันจะเป็นการเพิ่มขีดความสามารถในการลงทุน นอกจากนี้บริษัท และบริษัทย่อย อาจนำเงินบางส่วนไปลงทุนในโครงการอื่นๆ ที่จะเกิดขึ้นในอนาคต
          สำหรับแหล่งเงินทุนที่จะใช้ในธุรกรรมเช่า ธุรกรรมการขยายระยะเวลาการเช่าและธุรกรรมตามหนังสือข้อตกลงจะมาจากกระแสเงินสดในการดำเนินงานของบริษัท และบริษัทย่อยของบริษัท ส่วนการจองซื้อหน่วยลงทุน บริษัทจะใช้เงินที่ได้รับจากธุรกรรมขายทรัพย์สินและรายได้