JASควักกำไรสะสมจ่ายปันผล0.20บาท

Published on 2020-11-24   By ข่าวหุ้น

บอร์ด JAS ไฟเขียวควักกำไรสะสมมาจ่ายปันผลให้กับผู้ถือหุ้นเป็นเงินสดในอัตราหุ้นละ 0.20 บาท กำหนดแขวน XD ในวันที่ 3 ธ.ค.นี้ และจ่ายปันผลในวันที่ 18 ธ.ค. 63 ขณะที่ปิดงบเดี่ยวไตรมาส 3/63 โชว์กำไรสะสม 2,786.47 ล้านบาท
          ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่ประชุมคณะกรรมการ (บอร์ด) บริษัทจัสมิน อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) หรือ JAS เมื่อวันที่ 20 พ.ย. 2563 ที่ผ่านมา มีมติให้จ่ายปันผลเป็นเงินสดจากกำไรสะสม ในอัตราหุ้นละ 0.20 บาท โดยกำหนดวันที่ไม่ได้รับสิทธิปันผล (XD) ในวันที่ 3 ธ.ค. 2563 กำหนดรายชื่อผู้มีสิทธิได้รับปันผล (Record date) ในวันที่ 4 ธ.ค. 2563 และกำหนดจ่ายปันผลในวันที่ 18 ธ.ค. 2563
          สำหรับผลการดำเนินงานไตรมาส 3/2563 ของ JAS ในงบการเงินเฉพาะกิจการ (งบเดี่ยว) มีกำไรจากการดำเนินงาน 444.46 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 75.60 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 20.49% จากช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีกำไรจากการดำเนินงาน 368.86 ล้านบาท และมีกำไรสำหรับงวด 347.10 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 59.35 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 20.62% จากช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีกำไรสำหรับงวด 287.75 ล้านบาท ขณะเดียวกัน ณ วันที่ 30 ก.ย. 2563 มีกำไรสะสมประมาณ 2,786.47 ล้านบาท
          ก่อนหน้านี้ นางสาวสายใจ คีตสิน รักษาการประธานเจ้าหน้าที่บริหาร JAS เปิดเผยว่า ผลการดำเนินงานในไตรมาส 3/2563 บริษัทและบริษัทย่อยมีผลขาดทุนสุทธิอยู่ที่ 794 ล้านบาท จากไตรมาสเดียวกันปีก่อน ที่มีกำไรสุทธิอยู่ที่ 342 ล้านบาท และจากไตรมาสก่อน ที่มีผลขาดทุนสุทธิอยู่ที่ 414 ล้านบาท เนื่องจากในไตรมาส 3/2563 บริษัทและบริษัทย่อยมีบันทึกขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยนจำนวน 85 ล้านบาท ขณะที่ไตรมาส 2/2563 บันทึกกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยน จำนวน 193 ล้านบาท
          ทั้งนี้ ในไตรมาส 3/2563 บริษัทและบริษัทย่อยมีขาดทุนจากการดำเนินงานอยู่ที่ 738 ล้านบาท เมื่อรวมรายการปรับปรุงสำรองประกันรายได้ค่าเช่า OFC ของกองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐานบรอดแบนด์อินเทอร์เน็ต จัสมิน (JASIF) จากการเปลี่ยนแปลงสมมติฐานอัตราคิดลด จำนวน 80 ล้านบาท และการบันทึก Deferred Tax ของบริษัทและบริษัทย่อย จำนวน 9 ล้านบาท รวมทั้งบันทึกขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยน จำนวน 85 ล้านบาท และผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้น (สำรองหนี้สงสัยจะสูญของบริษัท ทริปเปิลที บรอดแบนด์ จำกัด (มหาชน) หรือ TTTBB ผู้ให้บริการ 3BB) จำนวน 60 ล้านบาท ดังนั้นในไตรมาส 3/2563 บริษัทและบริษัทย่อยจึงมีผลขาดทุนสุทธิอยู่ที่ 794 ล้านบาท
          โดย EBITDA ในไตรมาส 3/2563 อยู่ที่ 3,040 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากไตรมาสเดียวกันปีก่อน ที่มี EBITDA อยู่ที่ 1,941 ล้านบาท และเพิ่มขึ้นจากไตรมาสก่อน ที่มี EBITDA อยู่ที่ 3,019 ล้านบาท เป็นผลมาจากการบันทึกตามมาตรฐานการรายงานทางการเงินฉบับใหม่ในส่วนสัญญาเช่าหลัก (80% ของ OFC) ทำให้ค่าเสื่อมราคาและดอกเบี้ยจ่ายที่บันทึกในงบกำไรขาดทุนเพิ่มขึ้น (เมื่อเทียบกับการบันทึกบัญชีตามแบบเดิม)
          ขณะที่บริษัทและบริษัทย่อยมีรายได้รวมจากการดำเนินงานในไตรมาส 3/2563 อยู่ที่ 4,817 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 3% จากไตรมาสเดียวกันปีก่อน ที่มีรายได้รวมจากการดำเนินงานอยู่ที่ 4,664 ล้านบาทและลดลง 0.3% จากไตรมาสก่อน ที่มีรายได้รวมจากการดำเนินงานอยู่ที่ 4,833 ล้านบาท รายได้ส่วนใหญ่มาจาก TTTBB
          ดังนั้น ส่งผลให้ผลการดำเนินงานในช่วง 9 เดือนแรกของปี 2563 บริษัทและบริษัทย่อยมีผลขาดทุนสุทธิอยู่ที่ 2,199 ล้านบาท จากช่วงเดียวกันปีก่อน ที่มีกำไรสุทธิอยู่ที่ 3,123 ล้านบาท
          สำหรับในไตรมาส 3/2563 ลูกค้าที่ใช้บริการของ 3BB เพิ่มขึ้นสุทธิ (Net Additional Subscriber) จำนวน 80,431 ราย ทำให้ ณ สิ้นไตรมาส 3/2563 จำนวนลูกค้าที่ใช้บริการ 3BB อยู่ที่ 3.43 ล้านราย ในจำนวนนี้เป็นลูกค้าที่ใช้บริการ FTTx ประมาณ 2.36 ล้านราย คิดเป็นสัดส่วนจำนวนลูกค้าที่ใช้บริการ FTTx ที่ 69% เพิ่มขึ้นจาก 66% ณ สิ้นไตรมาส 2/2563
          ในส่วนของลูกค้าที่ใช้บริการ FTTx ยังคงเพิ่มขึ้น ส่วนหนึ่งจะเป็นการเปลี่ยนลูกค้าที่ใช้บริการ xDSL เดิมมาเป็น FTTx ตามแผนของบริษัท ในไตรมาส 3/2563 ลูกค้าที่ใช้บริการ FTTx ของ 3BB มีจำนวนเพิ่มขึ้นสุทธิอยู่ที่ 136,097 ราย ลดลงจากไตรมาสก่อน ที่มีจำนวนลูกค้า FTTx เพิ่มขึ้นสุทธิอยู่ที่ 175,609 ราย โดยบริษัทคาดว่าจำนวนลูกค้าจะเพิ่มขึ้นจากการออกแพ็กเกจ 3BB GIGA TV ในเดือน พ.ย. 2563 นี้ หลังจากที่บริษัทได้มีการออกแพ็กเกจ GigaFiber ในช่วงต้นเดือน มี.ค.ที่ผ่านมา
          ส่วนกองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐานบรอดแบนด์อินเทอรเน็ต จัสมิน หรือ JASIF มีรายได้รวมในไตรมาส 3/2563 อยู่ที่ 2,540.9 ล้านบาท จากไตรมาสก่อนที่มีรายได้รวมอยู่ที่ 1,481.2 ล้านบาท และมีมูลค่าทรัพย์สุทธิ (NAV) ณ วันที่ 30 ก.ย. 2563 อยู่ที่ 87,984.6 ล้านบาท คิดเป็น 10.9980 บาทต่อหน่วย
          นอกจากนี้ ในส่วนของความเคลื่อนไหวราคาหุ้น JAS เมื่อวันที่ 20 พ.ย. 2563 ที่ผ่านมา เปิดตลาดที่ราคา 2.92 บาท ระหว่างวันปรับขึ้นไปสูงสุดที่ราคา 2.96 บาท และลงไปต่ำสุดที่ราคา 2.88 บาท ก่อนจะมาปิดตลาดที่ราคา 2.92 บาท บวกเพิ่มขึ้น 0.02 บาท หรือคิดเป็นเพิ่มขึ้น 0.69% มูลค่าการซื้อขายรวม 265.27 ล้านบาท