




แนวโน้มธุรกิจโทรคมนาคมปี 2551
ในปี 2551 หลังจากที่ประเทศไทยผ่านการเลือกตั้งในเดือนธันวาคม ปี 2550 และได้มีการจัดตั้งรัฐบาลใหม่ ทำให้สถานการณ์ทางการเมืองมีเสถียรภาพมากขึ้นและส่งผลให้นักลงทุนตลอดจนผู้ประกอบการมีความเชื่อมั่นที่จะกลับเข้ามาลงทุน
ทั้งในตลาดทุนและธุรกิจต่างๆ อีกครั้ง หลังจากที่การลงทุนได้ชะลอตัวลงในปีก่อน รัฐบาลจึงได้ออกนโยบายเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจในหลายๆด้าน
อาทิการผลักดันให้มีการลงทุนในโครงการขนาดใหญ่ เพื่อให้เกิดการจ้างงานเพิ่มขึ้น การปรับลดอัตราดอกเบี้ยเพื่อกระตุ้นให้เกิดการใช้จ่ายในครัวเรือน การยกเลิกมาตรการด้านการเงินและการลงทุนที่อาจเป็นอุปสรรคต่อการลงทุนของชาวต่างชาติ เป็นต้น อย่างไรก็ตาม ปัจจัยเดิมๆ ที่ส่งผลกระทบต่อการพัฒนาอุตสาหกรรมโทรคมนาคม และสร้างความกังวลให้กับผู้ประกอบการก็ยังคงอยู่ อาทิ ราคาน้ำมันที่ปรับตัวสูงอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้ต้นทุนด้านการผลิตต่างๆ ขยับตัวขึ้นเช่นกัน ปัญหาซับไพรม์ของประเทศสหรัฐอเมริกายังคงแพร่ขยายไปในภูมิภาคต่างๆ ทั่วโลก การแข็งค่าของเงินบาทซึ่งส่งผลกระทบต่อผู้ส่งออก รวมถึงปัญหาเงินเฟ้อ เป็นต้น
สำหรับแนวโน้มธุรกิจด้านโทรคมนาคมของประเทศไทย ปี 2551 จากการสำรวจของสำนักงานสถิติแห่งชาติพบว่าทั้งในครัวเรือนและสถานประกอบการมีแนวโน้มการใช้งานด้านเทคโนโลยีสารสนเทศมากขึ้น ดังนั้นจึงคาดว่าน่าจะเห็นความร่วมมือระหว่างภาครัฐและภาคเอกชนในการพัฒนาระบบและใช้ทรัพยากรเทคโนโลยีสารสนเทศ เพื่อให้เกิดประสิทธิภาพและความเพียงพอในการให้บริการแก่ประชาชนภายในประเทศได้อย่างทั่วถึงเนื่องจากอุตสาหกรรมโทรคมนาคม
ได้เจริญก้าวหน้าไปอย่างรวดเร็ว การพัฒนาเทคโนโลยีและการหลอมรวมสื่อ เพื่อต่อยอดการให้บริการให้เกิดความรวดเร็วและหลากหลาย การออกใบอนุญาตการให้บริการต่างๆ ของ กทช. (คณะกรรมการกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ) และการพัฒนาด้าน Content และ application ใหม่ๆ จึงเป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่ง เพราะถือว่าเป็นพื้นฐานที่สำคัญต่อการพัฒนาเพื่อให้ประเทศไทยสามารถแข่งขันกับประเทศอื่นได้ นอกจากนั้น ภาครัฐยังจะให้การสนับสนุนการนำเทคโนโลยีสารสนเทศมาใช้ในการพัฒนาระบบการจัดการและบริหารงานภาครัฐด้วยระบบ e-government, e-commerce และอื่นๆ เพื่อลดกระบวนการทำงานที่ซ้ำซ้อนต่างๆลงส่งผลให้การบริหารงานมีประสิทธิภาพสูงขึ้น ภาครัฐจึงจะลงทุนโครงข่ายบรอดแบนด์เพื่อให้รองรับอินเตอร์เนตความเร็วสูง ซึ่งจะเป็น virtual private network ขยายไปทั่วประเทศเพื่อให้หน่วยงานพัฒนาเป็นบริการต่างๆ เพื่อให้บริการแก่ประชาชน
ธุรกิจด้านโทรคมนาคมที่สำคัญ
โทรศัพท์พื้นฐาน โครงข่ายโทรศัพท์พื้นฐานเดิมที่เคยใช้เฉพาะด้านเสียง สามารถพัฒนาให้เป็นโครงข่ายรับส่งข้อมูลที่มีความเร็วสูง ซึ่งเป็นทั้งอินเตอร์เนตความเร็วสูง และรับ-ส่งภาพวิดีโอ ไปพร้อมกัน นอกจากนี้โครงข่ายโทรศัพท์พื้นฐานเดิมซึ่งเป็นโครงข่าย Fiber optic และ สายทองแดง ะมีประสิทธิภาพต่อการพัฒนามาใช้ได้กับยุคปัจจุบันและมีประโยชน์สำหรับธุรกิจโทรคมนาคมที่อาศัยโครงข่ายรับส่งข้อมูลที่มีความเร็วสูง และเป็นประโยชน์สำคัญต่อผู้ใช้บริการ