SAMARTโชว์Q3พลิกกำไร ชูผลงาน4ธุรกิจหลักเติบโต

SAMART งบไตรมาส 3/62 พลิกมีกำไร 124.40 ล้านบาท สอดคล้องผลงาน 4 ธุรกิจหลักเติบโตดี อวดงานในมือเพียบ ชี้ไตรมาส 4/62 เดินหน้าประมูลงานเพิ่มต่อเนื่อง
          นายวัฒน์ชัย วิไลลักษณ์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท สามารถคอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ SAMART เปิดเผยว่า ผลการดำเนินงานในช่วงไตรมาส 3/2562 มีกำไรสุทธิ 124.40 ล้านบาท ปรับตัวเพิ่มขึ้นเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปี 2561 ที่มีผลขาดทุน 73.88 ล้านบาท และมีรายได้รวม 3,290 ล้านบาท ปรับตัวเพิ่มขึ้น 3% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปี 2561
          ดังนั้น จึงส่งผลให้ภาพรวมผลการดำเนินงานในช่วง 9 เดือนของปี 2562 บริษัทมีกำไรสุทธิ 380.56 ล้านบาท ปรับตัวเพิ่มขึ้น เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปี 2561 ที่มีผลขาดทุน 243.14 ล้านบาท และมีรายได้รวม 11,070 ล้านบาท ปรับตัวเพิ่มขึ้น 29% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปี 2561
          โดยมีปัจจัยบวกสนับสนุนมาจากธุรกิจ และการบริหารงานในยุคดิจิทัลอย่างมีประสิทธิภาพ ทั้งสายธุรกิจ ICT Solution & Service ซึ่งบริหารงานโดยกลุ่มบริษัท SAMART TELCOMS (STC) มีการเซ็นสัญญาโครงการใหม่ มูลค่ารวม 1,734 ล้านบาท ส่งผลให้ผลการดำเนินงานของกลุ่ม STC ตลอด 9 เดือน มีรายได้และกำไรสูงขึ้นเฉลี่ยกว่า 30%
          ทั้งนี้ สิ้นสุด ณ ไตรมาส 3/2562 บริษัทมีโครงการในมือมูลค่าทั้งสิ้นกว่า 9,000 ล้านบาท นอกจากนี้ในไตรมาส 4/2562 ยังมีงานที่รอการประมูลอีกกว่า 30 โครงการ มูลค่าไม่ต่ำกว่า 6,000 ล้านบาท เช่น โครงการของธนาคารออมสิน และบริษัท กสท โทรคมนาคมจำกัด (มหาชน) เป็นต้น
          ขณะที่ กลุ่ม SAMART Digital (SDC) มีผลประกอบการที่เริ่มขยับไปในทิศทางบวก จากการเพิ่มขึ้นของรายได้จากธุรกิจ Digital Network และธุรกิจ Digital Content ที่ล่าสุดบริษัท isport ได้รับการแต่งตั้งจากสมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทย ในการให้บริการอุปกรณ์ VAR (Video Assistant Referee) เป็นเวลา 3 ปี (ปี 2563-2565)
          สำหรับโครงการดังกล่าวในปีนี้จะเป็นการเตรียมความพร้อมอุปกรณ์ การฝึกสอนผู้ตัดสิน และทีมงาม เพื่อการใช้งานจริงในปี 2563 โดยมีมูลค่าสัญญา 46 ล้านบาท และอีกหนึ่งธุรกิจใหม่กับบริษัทแคทบัซซ์ บริษัทร่วมทุนของบริษัท กสทฯ หรือ CAT ในการติดตั้งอุปกรณ์ WiFi ทั่วประเทศ (Premium free WIFI)
          ขณะเดียวกัน SDC จะมีรายได้จากการเข้าไปหาพื้นที่และติดตั้งอุปกรณ์ WiFi พร้อมดูแลรักษาตลอด 5 ปี (นับจากติดตั้ง) โดยตั้งเป้าติดตั้งจำนวน 10,000 จุด ภายในปี 2563 และ 30,000 จุด ภายใน 3 ปี ล่าสุดได้บรรลุข้อตกลงกับกรมอาชีวฯ ในการติดตั้งอุปกรณ์ WiFi ในสถาบันอาชีวฯ กว่า 400 แห่ง
          ส่วนกลุ่ม SAMART U-Trans (SUT) นำโดยบริษัท แคมโบเดีย แอร์ ทราฟฟิค เซอร์วิสเซส จำกัด ที่สร้างรายได้ประจำให้กับกลุ่มสามารถอย่างต่อเนื่อง ปัจจุบันยังอยู่ระหว่างการศึกษาความเป็นไปได้ในการขยายธุรกิจการควบคุมจราจรทางอากาศในหลาย ๆ ประเทศ รวมถึงโรงไฟฟ้าทั้งในประเทศไทย และประเทศเพื่อนบ้าน
          และสายธุรกิจเทคโนโลยีอื่น ๆ มีการเซ็นสัญญาโครงการเฉพาะในไตรมาส 3/2562 ไปแล้วมูลค่า 254 ล้านบาท ส่งผลให้มีงานคงค้างในมือแล้ว 839 ล้านบาท คาดว่าในไตรมาส 4/2562 ยังมีโอกาสเข้าร่วมประมูลอีก 19 โครงการ รวมมูลค่า 110 ล้านบาท