DTACเริ่ด9เดือนโต760% โชว์กำไรสุทธิ4,920ล้าน

“ดีแทค” โชว์ผลงานดีเกินคาด แจ้งงบไตรมาส 3/62 พลิกมีกำไรสุทธิ 1,817 ล้านบาท หลังรายได้รวมไตรมาส 3/62 พุ่ง 20,535 ล้านบาท หนุนผลงาน 9 เดือนแรกอวดกำไรสุทธิ 4,920 ล้านบาท โตกระฉูด 760%
          นางอเล็กซานดรา ไรช์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ DTAC เปิดเผยว่า ผลการดำเนินงานในไตรมาส 3/2562 บริษัทมีกำไรสุทธิอยู่ที่ 1,817 ล้านบาท พลิกจากขาดทุนสุทธิ 921 ล้านบาท ในไตรมาสเดียวกันปีก่อน และเพิ่มขึ้น 7.2% จากไตรมาสก่อน ที่มีกำไรสุทธิอยู่ที่ 1,695 ล้านบาท เนื่องจากกำไรสุทธิก่อนหักดอกเบี้ย ภาษี และค่าเสื่อม (EBITDA) ที่เพิ่มขึ้น ซึ่งถูกชดเชยบางส่วนจากค่าเสื่อมราคาและค่าตัดจำหน่าย และต้นทุนทางการเงินที่เพิ่มขึ้น
          ทั้งนี้ EBITDA ในไตรมาส 3/2562 อยู่ที่ 6,800 ล้านบาท ลดลง 5.4% จากไตรมาสเดียวกันปีก่อน อยู่ที่ 7,192 ล้านบาท มีสาเหตุหลักมาจากการเพิ่มขึ้นของค่าใช้จ่ายด้านโครงข่าย ซึ่งเกิดจากการขยายโครงข่าย รวมทั้งต้นทุนที่เกี่ยวข้องกับบริษัท กสท โทรคมนาคม จำกัด (มหาชน) หรือ CAT ภายใต้สัญญาเช่าสินทรัพย์สัมปทาน อย่างไรก็ตามได้ถูกชดเชยบางส่วนจากต้นทุนค่าธรรมเนียมที่ลดลง
          อย่างไรก็ตาม EBITDA ในไตรมาส 3/2562 เพิ่มขึ้น 2.9% จากไตรมาสก่อนอยู่ที่ 6,610 ล้านบาท โดยมีสาเหตุหลักมาจากการเพิ่มขึ้นของรายได้จากการให้บริการหลัก โดยมีรายได้เฉลี่ยต่อเลขหมาย (ARPU) ที่สูงขึ้น ซึ่งถูกชดเชยบางส่วนจากการเพิ่มขึ้นของต้นทุนค่าโรมมิ่งบนเครือข่าย 2300 MHz ของบริษัท ทีโอที จำกัด (มหาชน) หรือ TOT
          สำหรับรายได้รวมในไตรมาส 3/2562 อยู่ที่ 20,535 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 14.3% จากไตรมาสเดียวกันปีก่อน ที่มีรายได้รวมอยู่ที่ 17,963 ล้านบาท และเพิ่ม 1.3% จากไตรมาสก่อน ที่มีรายได้รวมอยู่ที่ 20,279 ล้านบาท เนื่องจากการเพิ่มขึ้นของรายได้จากการดำเนินงานหลัก และค่าเช่าเครือข่าย 2300 MHz จาก TOT
          โดยรายได้จากการให้บริการที่ไม่รวมค่าเชื่อมต่อโครงข่าย (IC) อยู่ที่ 15,760 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 0.6% จากไตรมาสเดียวกันปีก่อน ที่มีรายได้อยู่ที่ 15,667 ล้านบาท และเพิ่มขึ้น 2.3% จากไตรมาสก่อน ที่มีรายได้อยู่ที่ 15,398 ล้านบาท
          ส่วนรายได้จากการให้บริการหลัก (รายได้จากการให้บริการเสียงและข้อมูล) ในไตรมาส 3/2562 อยู่ที่ 15,000 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 2.3% จากไตรมาสเดียวกันปีก่อน ที่มีรายได้อยู่ที่ 14,666 ล้านบาท และเพิ่มขึ้น 2.8% จากไตรมาสก่อน ที่มีรายได้อยู่ที่ 14,587 ล้านบาท เป็นผลจากรายได้จากลูกค้าระบบเติมเงินที่เพิ่มขึ้น และรายได้จากลูกค้าระบบรายเดือนเติบโตต่อเนื่อง
          ดังนั้นส่งผลให้ผลการดำเนินงานในช่วง 9 เดือนแรกของปี 2562 บริษัทมีกำไรสุทธิอยู่ที่ 4,920 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 760% จากช่วงเดียวกันปีก่อน ที่มีกำไรสุทธิอยู่ที่ 572 ล้านบาท
          ขณะเดียวกันจำนวนผู้ใช้บริการรวม ณ สิ้นไตรมาส 3/2562 อยู่ที่ 20.4 ล้านเลขหมาย แบ่งเป็นฐานลูกค้าระบบรายเดือน 6.4 ล้านเลขหมาย และฐานลูกค้าระบบเติมเงิน 14 ล้านเลขหมาย รวมทั้งบริษัทยังติดตั้งสถานีฐานบนเครือข่าย 2300 MHz เพิ่มเติมอีกประมาณ 400 สถานี ส่งผลให้ ณ สิ้นไตรมาส 3/2562 บริษัทมีสถานีฐานบนเครือข่าย 2300 MHz เป็น 16,400 สถานีฐาน โดยมีเสาสัญญาณจำนวนมากที่มีการติดตั้งเทคโนโลยี 4G TDD Massive MIMO 64T64R ซึ่งบริษัทเป็นผู้ให้บริการรายแรกของไทยที่ให้บริการเทคโนโลยีดังกล่าว นอกจากนี้ บริษัทยังคงพัฒนาด้านเทคโนโลยีในการเตรียมความพร้อมเพื่อเข้าสู่ยุค 5G โดยการทดสอบเทสต์เบดที่อาคารจามจุรี รวมไปถึงการอัพเกรดอุปกรณ์ระบบเครือข่ายหลักไปเป็นแบบเสมือน
          “จากผลการดำเนินงานที่เกิดขึ้นในไตรมาส 3/2562 ถือเป็นจุดหมายสำคัญของบริษัทที่สะท้อนถึงความพยายามอย่างยิ่งในการพัฒนาโครงข่ายในการให้บริการอย่างไม่หยุดยั้ง ดังจะเห็นได้จากผลตอบรับของลูกค้าในระบบเติมเงินและลูกค้ารายเดือนต่อการพัฒนาที่ดีขึ้นของโครงข่าย ตลอดจนความพยายามในการสร้างประสบการณ์ในการบริการที่เป็นรูปแบบเฉพาะบุคคลมากขึ้น โดยในเชิงกลยุทธ์ บริษัทยังคงมุ่งเน้นในการสร้างประสบการณ์การใช้งานโครงข่ายที่ดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง เพื่อตอบสนองลูกค้าด้วยความเข้าใจในความต้องการของลูกค้าอย่างแท้จริง” นางอเล็กซานดรา กล่าว
          ขณะที่แนวโน้มในปี 2562 บริษัทยังคงคาดว่ารายได้จากการให้บริการไม่รวม IC จะลดลงในอัตราร้อยละที่เป็นเลขหลักเดียวในระดับต่ำ และจะมี EBITDA อยู่ในช่วง 24,000-25,000 ล้านบาท นอกจากนี้บริษัทวางแผนที่จะใช้เงินลงทุนในปี 2562 จำนวนประมาณ 13,000-15,000 ล้านบาท