เตรียมเปิดประมูลเน็ตชายขอบที่ทีโอทีส่งมอบไม่ทัน

 กสทช.แจง รมว.ดีอีเอส กรณีฉีกสัญญาเน็ตชายขอบของทีโอที กรณีส่งมอบไม่ทัน ย้ำเตรียมเปิดประมูลเพื่อหาผู้สนใจติดตั้งต่อไปเพื่อเปิดให้ประชาชนได้ใช้งาน
          นายฐากร ตัณฑสิทธิ์ เลขาธิการคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) กล่าวว่า ได้หารือกับนายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอีเอส) เพื่อทำความเข้าใจเกี่ยวกับกรณีที่กสทช.ยกเลิกสัญญาบริการจัดให้มีสัญญาณโทรศัพท์มือถือและบริการอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงในพื้นที่ชายขอบ หรือโครงการเน็ตชายขอบ ที่ บริษัท ทีโอที จำกัด (มหาชน) ชนะการประมูล 3 สัญญา วงเงินรวม 6,486.39 ล้านบาท (รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม) เนื่องจากคำนึงถึงการเปิดให้บริการ ซึ่งหากในพื้นที่ที่ทีโอทีรับผิดชอบไม่สามารถเปิดบริการได้ในเดือน พ.ย. 2562 จะทำให้ประชาชนได้รับผลกระทบ
          ทั้งนี้ สำนักงานจะเปิดประมูลในพื้นที่ที่ทีโอทียังไม่มีการส่งมอบ เพื่อหาผู้ประกอบการมาดำเนินการต่อโดยเร็ว ซึ่งหากราคาประมูลสูงกว่าราคาที่ทีโอทีประมูลไป ก็จะเก็บเงินส่วนเกินจากทีโอที อีกทั้งตนได้เสนอให้กระทรวงดีอีเอส ตั้งสำนักงานขึ้นมา เพื่อรอรับโอนทรัพย์สินในโครงการยูโซ่ เน็ตของ กสทช.ทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นพื้นที่เน็ตชนบทจำนวน 15,732 หมู่บ้าน และเน็ตชายขอบจำนวน 3,920 หมู่บ้าน หลังจากสิ้นสุดโครงการ 5 ปี โดยกระทรวงดีอีเอส จะมอบหมายให้ ทีโอที หรือ บริษัท กสท โทรคมนาคม จำกัด (มหาชน) หรือ แคท (CAT) ดำเนินการต่อไปก็ให้ขึ้นอยู่กับกระทรวงดีอีเอส อีกทั้งยังอยากทำความเข้าใจว่าโครงการที่กสทช.ดำเนินการคือโครงการยูโซ่เน็ต หรือเน็ตชายขอบ ไม่เกี่ยวกับโครงการเน็ตประชารัฐที่ทีโอทีดำเนินการ
          นอกจากนี้ ยังมีการหารือร่วมกันถึงดาวเทียมไทยคม 4 และ 5 ที่ปัจจุบันอยู่ในการถือครองของบริษัทไทยคม จำกัด (มหาชน) โดยภายหลังสิ้นสุดสัญญาสัมปทานในเดือน ก.ย. 2564 จะให้ย้ายมาใช้งานช่วงคลื่นความถี่ย่าน 3700-4200 เมกะเฮิรตซ์แทน จากเดิมที่ใช้งานช่วงคลื่นความถี่ย่าน 3400-3700 เมกะ เฮิรตซ์ เพื่อนำคลื่นมาประมูลต่อไป ส่วนกระบวนการตามพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) การร่วมลงทุนระหว่างภาครัฐและเอกชน (พีพีพี) จะเสร็จ ทันเวลาสิ้นสุดสัญญาสัมปทานด้วย หรือไม่ ขอให้กระทรวงดีอีเอส รายงานมายังสำนักงาน กสทช.ด้วยเพื่อที่จะได้เตรียมออกมาตรการเยียวยาได้ทัน.