หมวดที่ 1 สิทธิของผู้ถือหุ้น (The Rights of Shareholders)
บริษัทตระหนักและให้ความสำคัญในสิทธิพื้นฐานต่างๆ ของผู้ถือหุ้นทั้งในฐานะของนักลงทุนในหลักทรัพย์และในฐานะเจ้าของบริษัท เช่น สิทธิในการซื้อ ขายหรือโอน หลักทรัพย์ที่ตนถืออยู่ สิทธิในการที่จะได้รับส่วนแบ่งผลกำไรจากบริษัท สิทธิในการได้รับข้อมูลของบริษัทอย่างเพียงพอ สิทธิต่างๆ ในการประชุมผู้ถือหุ้น สิทธิในการแสดงความคิดเห็น สิทธิในการร่วมตัดสินใจในเรื่องสำคัญของบริษัท เช่น การจัดสรรเงินปันผล การแต่งตั้งหรือถอดถอนกรรมการ การแต่งตั้งผู้สอบบัญชี การอนุมัติธุรกรรมที่สำคัญและมีผลต่อทิศทางในการดําเนินธุรกิจของบริษัท การแก้ไขหนังสือบริคณห์สนธิ ข้อบังคับของบริษัท เป็นต้น
นอกเหนือจากสิทธิพื้นฐานต่างๆข้างต้นแล้ว บริษัทยังได้ดำเนินการในเรื่องต่างๆ ที่เป็นการส่งเสริม และอํานวยความสะดวกในการใช้สิทธิของผู้ถือหุ้น ดังนี้
1. บริษัทจะจัดให้มีการประชุมใหญ่สามัญประจําปี โดยจะจัดภายใน 4 เดือนนับจากวันสิ้นสุดรอบบัญชี สำหรับการประชุมผู้ถือหุ้นคราวอื่น จะเป็น การประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้น ซึ่งคณะกรรมการจะเรียกประชุมตามที่เห็นสมควร ในการจัดประชุมดังกล่าวบริษัทจะจัดส่งหนังสือนัดประชุม พร้อมทั้งข้อมูลประกอบการประชุมตามวาระต่างๆ ให้ผู้ถือหุ้นรับทราบล่วงหน้าก่อนวันประชุม 7 วันหรือ 14 วัน แล้วแต่เรื่องที่จะพิจารณา และลงประกาศหนังสือพิมพ์แจ้งวันนัดประชุมล่วงหน้าเป็นเวลา 3 วันติดต่อกันก่อนที่จะถึงวันประชุม โดยในแต่ละวาระการประชุมจะมี ข้อเท็จจริงและเหตุผล รวมทั้งความเห็นของคณะกรรมการประกอบ
2. ในกรณีที่ผู้ถือหุ้นไม่สามารถเข้าร่วมประชุมด้วยตนเอง บริษัทเปิดโอกาสให้ผู้ถือหุ้นสามารถมอบฉันทะให้กรรมการอิสระหรือบุคคลใดๆ เข้า ร่วมประชุมแทนตนได้ โดยใช้หนังสือมอบฉันทะแบบหนึ่งแบบใดที่บริษัทได้จัดส่งไปพร้อมกับหนังสือนัดประชุมหรือ Download ได้จาก Website ของบริษัท
3. ในการประชุมบริษัทจะเปิดโอกาสให้ผู้ถือหุ้นสามารถซักถามหรือแสดงความเห็นต่อที่ประชุมในประเด็นต่างๆ อย่างเท่าเทียมกัน ทั้งนี้ในการประชุมผู้ถือหุ้นจะมีกรรมการและผู้บริหารที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมประชุม เพื่อตอบคําถามในที่ประชุม รวมทั้งจะมีการบันทึกประเด็นซักถามและข้อคิดเห็นที่สําคัญไว้ในรายงานการประชุม เพื่อให้ผู้ถือหุ้นสามารถตรวจสอบได้
4. ภายหลังการประชุมแล้วเสร็จ บริษัทจะจัดทํารายงานการประชุม โดยให้แสดงข้อมูลอย่างถูกต้องครบถ้วน เพื่อให้ผู้ถือหุ้น สามารถตรวจสอบได้
หมวดที่ 2 การปฏิบัติต่อผู้ถือหุ้นอย่างเท่าเทียมกัน (The Equitable Treatment of Shareholders)
บริษัทมีนโยบายที่จะสร้างความเท่าเทียมกันให้เกิดขึ้นกับผู้ถือหุ้นทุกราย ทุกกลุ่ม ไม่ว่าจะเป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่ ผู้ถือหุ้นส่วนน้อย นักลงทุน สถาบัน หรือผู้ถือหุ้นต่างชาติอย่างแท้จริง โดยเฉพาะกับผู้ถือหุ้นส่วนน้อย บริษัทกําหนดให้กรรมการอิสระเป็นผู้มีหน้าที่ดูแล
การดําเนินการประชุมเป็นไปตามข้อบังคับบริษัทตามลําดับวาระการประชุม มีการเสนอรายละเอียดในแต่ละวาระครบถ้วน มีการแสดงข้อมูล ประกอบการพิจารณาอย่างชัดเจน รวมทั้งจะไม่เพิ่มวาระการประชุมที่ไม่แจ้งให้ผู้ถือหุ้นทราบล่วงหน้าโดยไม่จําเป็น โดยเฉพาะวาระที่มีความ สําคัญที่ผู้ถือหุ้นต้องใช้เวลาในการศึกษาข้อมูลก่อนการตัดสินใจ ทั้งนี้ในกรณีที่ผู้ถือหุ้นไม่สามารถเข้าร่วมประชุมด้วย ตนเอง บริษัทเปิดโอกาสให้ ผู้ถือหุ้นสามารถมอบฉันทะให้กรรมการอิสระหรือบุคคลใดๆ เข้าร่วมประชุมแทนตนได้ โดยใช้หนังสือมอบฉันทะแบบหนึ่งแบบใดที่บริษัทได้จัดส่ง ไปพร้อมกับหนังสือนัดประชุมหรือ Download ได้จาก Website ของบริษัท
การลงคะแนนเสียงเป็นไปอย่างโปร่งใสตามลําดับวาระที่กําหนด โดยวาระการเลือกตั้งกรรมการจะเปิดโอกาสให้ผู้ถือหุ้นได้ใช้สิทธิในการแต่ง ตั้งกรรมการด้วยการลงมติเป็นรายคน ตลอดจนวาระที่สําคัญ เช่น การทํารายการที่เกี่ยวโยงกัน การทํารายการได้มาหรือจําหน่ายไปซึ่งสินทรัพย์ เป็นต้น ออกเสียงหรือไม่มีสิทธิออกเสียงเพื่อความกระจ่างของผู้เข้าประชุมทุกคน
บริษัทจัดทําบันทึกข้อกำหนดด้านจริยธรรม ระบุถึงการรักษาความลับของบริษัทสําหรับพนักงาน เพื่อป้องกันการเปิดเผยข้อมูล หรือข่าวสารอัน เป็นความลับของบริษัทและบริษัทย่อย และมีบทลงโทษสําหรับผู้ที่นําข้อมูลภายในไปใช้เพื่อประโยชน์ส่วนตน หรือใช้ในทางที่ทําให้บริษัทได้รับ ความเสื่อมเสียหรือเสียหาย รวมทั้งต้องไม่ทําการซื้อขาย โอน หรือรับโอนหลักทรัพย์ของบริษัทโดยใช้ความลับ และ/หรือข้อมูลภายใน และ/หรือเข้าทํานิติกรรมอื่นใดโดยใช้ความลับ และ/หรือข้อมูลภายในของบริษัท อันก่อให้เกิดความเสียหายต่อบริษัทไม่ว่าโดยทางตรงหรือทาง อ้อม
บริษัทได้กําหนดมาตรการป้องกันการใช้ข้อมูลภายในโดยมิชอบ (Insider Trading) ของบุคคลที่เกี่ยวข้องซึ่งหมายถึง กรรมการ ผู้บริหาร และพนักงาน ในหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับข้อมูลภายใน (รวมทั้งคู่สมรสและบุตรที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะของบุคคลดังกล่าว) โดยห้ามบุคคลที่เกี่ยวข้อง ทําการซื้อขายหลักทรัพย์ของบริษัทภายใน 1 เดือนก่อนมีการเปิดเผยงบการเงินรายไตรมาส และงบการเงินประจําปี บริษัทได้ให้ข้อมูลแก่ กรรมการ และผู้บริหารเกี่ยวกับหน้าที่ที่ผู้บริหารต้องรายงานการถือหลักทรัพย์ในบริษัท และบทกําหนดโทษตาม พ.ร.บ.หลักทรัพย์และตลาด หลักทรัพย์ พ.ศ. 2535 และตามข้อกําหนดของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย และในกรณีที่กรรมการ หรือผู้บริหารมีการซื้อขายหลักทรัพย์ ของบริษัท ต้องรายงานการถือหลักทรัพย์ในบริษัทของตนเอง คู่สมรส และบุตรที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะตามมาตรา 59 แห่งพระราชบัญญัติหลักทรัพย์ และตลาดหลักทรัพย์ พ.ศ. 2535 ภายใน 3 วันทําการ ให้สํานักงาน ก.ล.ต. ทราบ เพื่อเผยแพร่ต่อสาธารณะต่อไป
ทั้งนี้ บริษัทได้กําหนดโทษทางวินัยสําหรับผู้แสวงหาผลประโยชน์จากการนําข้อมูลภายในของบริษัทไปใช้ หรือนําไปเปิดเผยจนอาจทําให้ บริษัทได้รับความเสียหาย โดยพิจารณาลงโทษตามควรแก่กรณี ได้แก่ การตักเตือนด้วยวาจา การตักเตือนเป็น หนังสือ การภาคทัณฑ์ตลอดจน การเลิกจ้างพ้นสภาพการเป็นพนักงานด้วยเหตุไล่ออก ปลดออก หรือให้ออก แล้วแต่กรณี เป็นต้น
หมวดที่ 3 บทบาทของผู้มีส่วนได้เสีย (The Role of Stakeholders)
บริษัทได้ให้ความสําคัญต่อสิทธิของผู้มีส่วนได้เสียทุกกลุ่มไม่ว่าจะเป็นผู้มีส่วนได้เสียภายใน ได้แก่ พนักงานและผู้บริหารของบริษัท หรือผู้มี ส่วนได้เสียภายนอก เช่น เจ้าหนี้ ลูกค้า เป็นต้น โดยบริษัทตระหนักดีว่าการสนับสนุนและข้อคิดเห็นจากผู้มีส่วนได้เสียทุกกลุ่มจะเป็นประโยชน์ ในการดําเนินงานและการพัฒนาธุรกิจของบริษัท ดังนั้น บริษัทจะปฏิบัติตามกฎหมายและข้อกําหนดที่เกี่ยวข้องเพื่อให้สิทธิของผู้มีส่วนได้เสียดัง กล่าวได้รับการดูแลเป็นอย่างดี นอกจากนี้ บริษัทยังส่งเสริมให้มีความร่วมมือระหว่างบริษัทและกลุ่มผู้มีส่วนได้เสียแต่ละกลุ่ม เพื่อสร้างความมั่นคงให้แก่บริษัทตามแนวทางดังต่อไปนี้
ผู้ถือหุ้น : |
บริษัทมุ่งมั่นเป็นตัวแทนที่ดีของผู้ถือหุ้นในการดําเนินธุรกิจ เพื่อสร้างความพึงพอใจสูงสุดแก่ผู้ถือหุ้น โดยคำนึงถึงการเจริญเติบโตของมูลค้าบริษัทในระยะยาว รวมทั้งการดําเนินการเปิดเผยข้อมูลอย่างโปร่งใสและเชื่อถือได้ |
พนักงาน: |
บริษัทตระหนักถึงความสําคัญของพนักงานบริษัทซึ่งเป็นทรัพยากรที่มีค่ายิ่งของบริษัท บริษัทจึงมุ่งให้การสนับสนุนในการพัฒนาศักยภาพของทรัพยากรบุคคลเพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดแก่บริษัท อีกทั้งยัง ส่งเสริมให้พนักงานมีส่วนร่วมในการสร้างวัฒนธรรมองค์กรที่ดี มีการทํางานเป็นทีม และเสริมสร้างบรรยากาศและความรู้สึกปลอดภัยในการทํางาน |
คู่แข่ง : |
บริษัทปฏิบัติต่อคู่แข่งขันตามกรอบกติกาการแข่งขันที่เป็นธรรม โดยรักษาบรรทัดฐานของข้อพึงปฏิบัติในการแข่งขัน |
| ลูกค้า : |
บริษัทมีความมุ่งมั่นที่จะตอบสนอง และให้บริการที่ดี เพื่อสร้างความพึงพอใจและความเชื่อมั่นให้กับลูกค้า |
| ลูกค้าและเจ้าหนี้ : |
บริษัทมีนโยบายที่จะปฏิบัติต่อคู่ค้าและเจ้าหนี้อย่างเป็นธรรม เป็นไปตามเงื่อนไขทางการค้า และ/หรือข้อตกลงในสัญญาที่ทำร่วมกัน เพื่อก่อให้เกิดความสัมพันธ์อันดีทางธุรกิจซึ่งจะเป็นประโยชน์ทุกฝ่าย |
| ชุมชนและสังคม : |
บริษัทได้เข้าร่วมโครงการและให้การสนับสนุนกิจกรรมอันเป็นประโยชน์ต่อสังคม เช่น บริจาคเงินและสิ่งของให้กับมูลนิธิและองค์กรต่างๆ |
สิ่งแวดล้อม : |
บริษัทตระหนักถึงความสำคัญของมลภาวะและสิ่งแวดล้อมที่อาจกระทบต่อชุมชน อย่างไรก็ตามประเภทธุรกิจของบริษัท ไม่ทำให้เกิดผลกระทบต่อสภาพแวดล้อมแต่อย่างใด |
ทั้งนี้ บริษัทจะปฏิบัติตามข้อกําหนดของกฎหมายและกฎระเบียบต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้สิทธิของผู้มีส่วนได้เสียเหล่านี้ได้รับการดูแลอย่างดี
หมวดที่ 4 การเปิดเผยข้อมูลและความโปร่งใส (Disclosure and Transparency)
คณะกรรมการบริษัทให้ความสําคัญต่อการเปิดเผยข้อมูลที่มีความถูกต้อง ครบถ้วน และโปร่งใส ทั้งรายงานข้อมูลทางการเงินและข้อมูลทั่วไป ตามหลักเกณฑ์ของสํานักงาน ก.ล.ต. และตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ตลอดจนข้อมูลอื่นที่สําคัญที่มีผลกระทบต่อราคาหลักทรัพย์ของบริษัท ซึ่งล้วนมีผลต่อกระบวนการตัดสินใจของผู้ลงทุนและผู้มีส่วนได้เสียของบริษัท โดยบริษัทได้เผยแพร่ข้อมูลสารสนเทศของบริษัทต่อผู้ถือหุ้น นักลงทุน และสาธารณชนผ่านช่องทางและสื่อการเผยแพร่ข้อมูลต่างๆ ของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย และทําการเปิดเผยใน website ของบริษัท
ในส่วนของงานด้านผู้ลงทุนสัมพันธ์นั้น บริษัทได้มอบหมายให้ฝ่ายการเงินและบัญชี ทําหน้าที่ติดต่อสื่อสารกับผู้ลงทุนสถาบัน ผู้ถือหุ้น รวมทั้ง นักวิเคราะห์และภาครัฐที่เกี่ยวข้อง ส่วนการรายงานสารสนเทศต่างๆ ของบริษัท ฝ่ายบริหารสำนักงานเป็นผู้รับผิดชอบ
คณะกรรมการบริษัทเป็นผู้รับผิดชอบต่องบการเงินรวมของบริษัทและบริษัทย่อย และสารสนเทศทางการเงินที่ปรากฏในรายงานประจําปี งบการเงินดังกล่าวจัดทําขึ้นตามมาตรฐานการบัญชีที่รับรองทั่วไปในประเทศไทย โดยเลือกใช้นโยบายบัญชีที่เหมาะสมและถือปฏิบัติอย่างสม่ำ เสมอ รวมทั้งมีการเปิดเผยข้อมูลอย่างเพียงพอในงบการเงิน ซึ่งในการนี้คณะกรรมการตรวจสอบจะเป็นผู้สอบทานคุณภาพของรายงานทางการ เงินและระบบควบคุมภายใน รวมถึงการเปิดเผยข้อมูลสําคัญอย่างเพียงพอในหมายเหตุประกอบงบการเงิน โดยคณะกรรมการตรวจสอบจะได้นํา เสนอความเห็นของคณะกรรมการตรวจสอบต่อคณะกรรมการบริษัทและที่ประชุมผู้ถือหุ้นตามลําดับ
หมวดที่ 5 ความรับผิดชอบของคณะกรรมการ (Responsibilities of the Board of Directors)
1. โครงสร้างคณะกรรมการ
คณะกรรมการบริษัทประกอบด้วยบุคคลซึ่งมีความรู้ความสามารถ โดยเป็นผู้มีบทบาทสําคัญในการกําหนดนโยบายและภาพรวมขององค์กร ตลอดจนมีบทบาทสําคัญในการกํากับดูแล ตรวจสอบและประเมินผลการดําเนินงานของบริษัทให้เป็น ไปตามแผนที่วางไว้อย่างเป็นอิสระ
โครงสร้างคณะกรรมการของบริษัทประกอบด้วยกรรมการอิสระเท่ากับ 4 ท่าน จากกรรมการทั้งหมด 10 ท่าน ซึ่งจะทําให้เกิดการถ่วงดุลใน การออกเสียงในการพิจารณาเรื่องต่างๆ และมีคณะกรรมการตรวจสอบซึ่งประกอบด้วยกรรมการอิสระ 3 ท่าน ทําหน้าที่สอบทานการบริหารงาน บริษัทด้วย
ตามข้อบังคับของบริษัทกําหนดไว้ว่าในการประชุมสามัญประจําปี กรรมการต้องออกจากตําแหน่งหนึ่งในสาม ถ้าจํานวนกรรมการที่จะแบ่ง ออกให้ตรงเป็นสามส่วนไม่ได้ ก็ให้ออกโดยจํานวนใกล้ที่สุดกับส่วนหนึ่งในสาม กรรมการที่จะต้องออกจากตําแหน่งในปีแรกและปีที่สองภายหลัง จดทะเบียนบริษัทนั้นให้ใช้วิธีจับสลากกันว่าผู้ใดจะออก ส่วนปีหลังๆ ต่อไปให้กรรมการคนที่อยู่ในตําแหน่งนานที่สุดนั้นเป็นผู้ออกจากตําแหน่ง อย่างไรก็ตาม กรรมการที่ออกตามวาระนั้นอาจได้รับเลือกเข้ามาดํารงตําแหน่งใหม่ก็ได้ การดำรงตำแหน่งติดต่อกันได้นานที่สุดของกรรมการและ กรรมการชุดย่อยต่างๆ บริษัทจะพิจารณาจากคุณสมบัติและความเหมาะสมของกรรมการแต่ละท่านในการดำรงตำแหน่งต่อไป
คณะกรรมการเห็นชอบให้นําเรื่องจํานวนบริษัทที่กรรมการแต่ละคนดํารงตําแหน่งอยู่มาเป็นส่วนประกอบสําคัญในการพิจารณาเลือกตั้งกรรมการ ซึ่งบริษัทได้เปิดเผยรายละเอียดข้อมูลการดํารงตําแหน่งของกรรมการแต่ละคนในบริษัทอื่น โดยปัจจุบันมีกรรมการจํานวน 7 ท่านที่ดํารงตําแหน่ง กรรมการบริษัทจดทะเบียนมากกว่า 1 บริษัท อย่างไรก็ตามการดํารงตําแหน่งกรรมการดังกล่าวไม่มีผลกระทบต่อการปฏิบัติหน้าที่กรรมการแต่อย่าง ใด เนื่องจากกรรมการได้อุทิศเวลาในการปฏิบัติหน้าที่ให้แก่บริษัทอย่างเต็มที่ โดยเข้าร่วมประชุมอย่างสม่ำเสมอ และได้แสดงข้อคิดเห็นที่เป็น ประโยชน์แก่บริษัทด้วย
2. คณะกรรมการชุดย่อย
บริษัทมีคณะกรรมการชุดย่อยอีก 2 คณะ ได้แก่ คณะกรรมการบริหารความเสี่ยง และคณะกรรมการตรวจสอบ เพื่อช่วยในการกำกับดูแลกิจการ ของบริษัท โดยมีการกำหนดขอบเขตอำนาจ และหน้าที่ของคณะกรรมการไว้อย่างชัดเจน
3. บทบาท หน้าที่ และความรับผิดชอบของคณะกรรมการ
คณะกรรมการบริษัท ประกอบด้วยบุคคลที่มีความรู้ ทักษะและความเชี่ยวชาญที่หลากหลาย และมีภาวะผู้นําซึ่งเป็นที่ยอมรับ โดยคณะกรรมการ บริษัทจะมีส่วนร่วมในการกําหนดวิสัยทัศน์ ภารกิจ กลยุทธ์ นโยบาย แนวทางในการประกอบธุรกิจ และกํากับดูแลการปฏิบัติงานของบริษัทให้เป็นไป ตามกฎหมาย วัตถุประสงค์ ข้อบังคับและมติของที่ประชุมผู้ถือหุ้น เพื่อประโยชน์ในการติดตามและกํากับดูแลการดําเนินงานของบริษัทอย่างใกล้ชิด คณะกรรมการบริษัทจึงได้จัดตั้งคณะกรรมการชุดต่างๆ เพื่อติดตามและดูแลการดําเนินงานของบริษัท
นโยบายการกํากับดูแลกิจการ
บริษัทได้จัดให้มีนโยบายการกํากับดูแลกิจการของบริษัท เป็นลายลักษณ์อักษร ซึ่งที่ประชุมคณะกรรมการบริษัทได้ให้ความเห็นชอบนโยบาย ดังกล่าว และได้จัดให้มีการทบทวนนโยบายและการปฏิบัติตามนโยบายดังกล่าวเป็นประจํา อย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง
จรรยาบรรณธุรกิจ
บริษัทได้กําหนดหลักปฏิบัติเกี่ยวกับจริยธรรมของคณะกรรมการ ฝ่ายบริหารและพนักงานเพื่อให้ผู้เกี่ยวข้องยึดถือเป็น แนวทางในการปฏิบัติหน้า ที่ตามภารกิจของบริษัทด้วยความซื่อสัตย์ สุจริต และเที่ยงธรรม ทั้งการปฏิบัติต่อบริษัท ผู้มีส่วนได้เสียทุกกลุ่ม สาธารณชนและสังคม รวมทั้งการกําหนด ระบบติดตามการปฏิบัติตามแนวทางดังกล่าวเป็นประจํา ทั้งนี้ บริษัทได้มีการประกาศและแจ้งให้พนักงานทุกคนรับทราบและยึดปฏิบัติอย่างเคร่งครัด รวมถึงให้มีการปฏิบัติตามแนวทางดังกล่าว โดยบริษัทจะมีการติดตามการปฏิบัติตามแนวทางดังกล่าวเป็นประจํา รวมถึงมีการกําหนดบทลงโทษทาง วินัยไว้ด้วย
ความขัดแย้งทางผลประโยชน์
คณะกรรมการบริษัทได้กําหนดนโยบายเกี่ยวกับความขัดแย้งทางผลประโยชน์บนหลักการที่ว่าการตัดสินใจใดๆ ในการดําเนินกิจกรรมทางธุรกิจ จะต้องทําเพื่อผลประโยชน์สูงสุดของบริษัทเท่านั้น และควรหลีกเลี่ยงการกระทําที่ก่อให้เกิดความขัดแย้งทางผลประโยชน์ โดยกําหนดให้ผู้ที่มีส่วน เกี่ยวข้องหรือเกี่ยวโยงกับรายการที่พิจารณา ต้องแจ้งให้บริษัททราบถึงความสัมพันธ์หรือการเกี่ยวโยงของตนในรายการดังกล่าว และต้องไม่เข้าร่วม การพิจารณาตัดสิน รวมถึงไม่มีอํานาจอนุมัติใน ธุรกรรมนั้นๆ และในการอนุมัติใดๆ สําหรับกรณีดังกล่าวต้องยึดถือหลักการไม่ให้มีการกําหนดเงื่อน ไขหรือข้อกําหนดพิเศษผิดไปจากปกติ รวมทั้งได้กําหนดให้ฝ่ายตรวจสอบภายใน และคณะกรรมการตรวจสอบเป็นผู้ดูแลและจัดการแก้ไขปัญหา ความขัดแย้งทางผลประโยชน์ดังกล่าว ซึ่งที่ผ่านมายังไม่เคยมีปัญหาดังกล่าวเกิดขึ้น
คณะกรรมการตรวจสอบจะนําเสนอคณะกรรมการบริษัทเกี่ยวกับรายการที่เกี่ยวโยงกัน และรายการที่มีความขัดแย้งทางผลประโยชน์ ซึ่งได้มีการ พิจารณาความเหมาะสมอย่างรอบคอบ และได้ปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ที่ตลาดหลักทรัพย์แห่ง ประเทศไทย รวมทั้งจะได้มีการเปิดเผยไว้ในรายงานประจําปี และแบบแสดงรายการข้อมูลประจําปี (แบบ 56-1) ด้วย
คณะกรรมการและผู้บริหารของบริษัท ซึ่งหมายรวมถึงคู่สมรส และบุตรที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะ เมื่อมีการเปลี่ยนแปลงการถือหลักทรัพย์ของบริษัท จะต้องแจ้งให้บริษัททราบ และรายงานการเปลี่ยนแปลงการถือหลักทรัพย์ ต่อสํานักงาน ก.ล.ต. ตามมาตรา 59 แห่งพระราชบัญญัติหลักทรัพย์และ ตลาดหลักทรัพย์ พ.ศ. 2535 ภายใน 3 วันทําการนับจากวันที่ ซื้อ ขาย โอน หรือรับโอน รวมทั้งห้ามมิให้กรรมการผู้บริหารหรือหน่วยงานที่ได้รับ ทราบข้อมูลภายใน เปิดเผยข้อมูลภายในแก่บุคคลภายนอกหรือบุคคลที่ไม่มีหน้าที่เกี่ยวข้องและซื้อขายหลักทรัพย์ของบริษัทในช่วง 1 เดือนก่อนที่งบ การเงินจะเผยแพร่ ทั้งนี้เพื่อเป็นการป้องกันไม่ให้นําข้อมูลภายในไปใช้ในทางมิชอบ
ระบบการควบคุมภายใน
บริษัทได้ให้ความสําคัญต่อระบบควบคุมภายในทั้งในระดับบริหาร และระดับปฏิบัติงาน เพื่อให้มีประสิทธิภาพ จึงได้กําหนดภาระหน้าที่ อํานาจการดําเนินการของผู้ปฏิบัติงาน ผู้บริหารไว้เป็นลายลักษณ์อักษรอย่างชัดเจน มีการควบคุมดูแลการใช้ทรัพย์สินของบริษัทให้เกิดประโยชน์ และมีการแบ่งแยกหน้าที่ผู้ปฏิบัติงาน ผู้ติดตามควบคุมและประเมินผลออกจากกัน โดยบริษัทได้มีการแต่งตั้งคณะกรรมการตรวจสอบ เพื่อทําหน้าที่ในการสอบทานระบบการควบคุมภายใน และการตรวจสอบภายในที่เหมาะสม และมีประสิทธิผล
การบริหารความเสี่ยง
บริษัทได้มีการทําการประเมินความเพียงพอของระบบควบคุมภายในที่มีอยู่เป็นประจำทุกปี เพื่อพิจารณาหาแนวทางในการปรับปรุงแก้ไขการ ปฏิบัติงานให้ผลการดําเนินงานมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น
รายงานของคณะกรรมการ
คณะกรรมการตรวจสอบจะทําหน้าที่สอบทานรายงานทางการเงิน โดยในทุกไตรมาส ฝ่ายบัญชีจะนําเสนอรายงานทางการเงินต้อคณะกรรมการ บริษัท ซึ่งฝ่ายบัญชีจะจัดประชุมร่วมกับผู้สอบบัญชีอย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง โดยคณะกรรมการบริษัทเป็นผู้รับผิดชอบต่องบการเงินรวมของบริษัทและ บริษัทย่อย รวมทั้งสารสนเทศทางการเงิน (รายงานความรับผิดชอบของคณะกรรมการต่อรายงานทางการเงิน) ที่ปรากฏในรายงานประจําปี งบการเงิน ดังกล่าวจัดทําขึ้นตามมาตรฐานการบัญชีรับรองและตรวจสอบโดยผู้สอบบัญชีของบริษัท การเปิดเผยข้อมูลสารสนเทศที่สําคัญ ทั้งข้อมูลทางการเงินและ ไม่ใช่การเงิน ดําเนินการบนพื้นฐานของข้อเท็จจริงอย่างครบถ้วน และสม่ำเสมอด้วย
4. การประชุมคณะกรรมการ
คณะกรรมการมีการกําหนดการประชุมโดยปกติเป็นประจําทุก 3 เดือน และอาจมีการประชุมพิเศษเพิ่มเติมตามความจําเป็น โดยมีการกําหนด วาระที่ชัดเจน นําส่งเอกสารก่อนการประชุมล่วงหน้า เพื่อให้คณะกรรมการได้มีเวลาศึกษาข้อมูลอย่างเพียงพอก่อนการประชุม เว้นแต่กรณีมีเหตุ จําเป็นเร่งด่วน และมีการบันทึกรายงานการประชุมและจัดเก็บรวบรวมเอกสารรายงานที่รับรองแล้วเพื่อใช้ในการอ้างอิง และสามารถตรวจสอบได้ ในการประชุม ประธานกรรมการบริษัทและกรรมการผู้จัดการเป็นผู้ร่วมกันกําหนดวาระการประชุม และพิจารณาเรื่องเข้าวาระการประชุมคณะกรรม การบริษัท โดยเปิดโอกาสให้กรรมการแต่ละคนสามารถเสนอเรื่องต่างๆ เพื่อเข้ารับการพิจารณาเป็นวาระการประชุมได้
ในการพิจารณาเรื่องต่างๆ ประธานกรรมการบริษัท ซึ่งทําหน้าที่ประธานในที่ประชุมจะเปิดโอกาสให้กรรมการแสดงความคิดเห็นได้อย่างอิสระ โดยในบางวาระอาจมีผู้บริหารระดับสูงเข้าร่วมประชุมด้วยเพื่อให้สารสนเทศรายละเอียดข้อมูลที่เป็น ประโยชน์เพิ่มเติมในฐานะผู้ที่เกี่ยวข้อง รวมทั้ง จะได้รับทราบนโยบายโดยตรง เพื่อให้สามารถนําไปปฏิบัติอย่างมีประสิทธิภาพ ทั้งนี้ในการลงมติในที่ประชุมคณะกรรมการบริษัทให้ ถือมติของเสียง ข้างมาก โดยให้กรรมการคนหนึ่งมีเสียงหนึ่งเสียง โดยกรรมการที่มีส่วนได้เสียจะไม่เข้าร่วมประชุมและ/หรือไม่ใช้สิทธิออกเสียงลงคะแนนในเรื่อง นั้น ถ้าคะแนนเสียงเท่ากันประธานในที่ประชุมจะออกเสียงเพิ่มขึ้นอีกหนึ่งเสียงเป็นเสียงชี้ขาด
ในการประชุมคณะกรรมการบริษัทแต่ละครั้ง เลขานุการคณะกรรมการได้เข้าร่วมการประชุมด้วย โดยเป็นผู้บันทึกรายงานการประชุม และจัดส่ง ให้ประธานในที่ประชุมพิจารณาลงลายมือชื่อรับรองความถูกต้อง โดยเสนอให้ที่ประชุมรับรองในวาระแรกของการประชุมครั้งถัดไป รวมทั้งเป็นผู้จัด เก็บข้อมูลหรือเอกสารเกี่ยวกับการประชุมต่างๆ เพื่อสะดวกในการสืบค้นอ้างอิง
5. การประเมินผลของคณะกรรมการบริษัท
คณะกรรมการบริษัทมีนโยบายการประเมินผลการปฏิบัติงานของตนเองโดยพิจารณาจากผลการดําเนินงานทางธุรกิจของบริษัท การดําเนินงาน ตามนโยบายที่ได้วางไว้ ประกอบกับสภาวะการณ์เศรษฐกิจและสังคมโดยรวม โดยจะนําข้อมูลที่ได้ไปใช้ในการพัฒนาตนเองในการปฏิบัติงานต่อไป